หมายเหตุ ::: ทำความเข้าใจก่อนอ่าน

 

-0-น่าสนใจมากสำหรับผู้ที่ไม่เคยรับฟอร์เวิดเมลล์ชิ้นนี้ค่ะ แนะนำให้อ่าน อ่าน อ่าน

-1-หากคุณเคยได้รับฟอร์เวิดเมลล์ชิ้นนี้แล้ว คุณอาจจะรู้สึกเบื่อหน่ายกับการดูรูปซ้ำซาก เพราะฉันเพียงหยิบรูปมาอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหานี้เท่านั้น  และยินดีให้คุณผ่านเลยเนื้อหาชิ้นนี้ได้เลยค่ะ 

-2-หากคุณว่างจัด สมองสามารถรับเรื่องราวที่ฉันจะเล่าเพิ่มได้ล่ะก็ สามารถอ่านตั้งแต่บรรทัดแรกลงไปได้เลยคะ

-3- word ข้อความที่แสดงในลักษณะสีเขียวตัวหนา สามารถลิ้งไปยังข้อมูลเว็บไซต์อื่นที่เกี่ยวกับเนื้อหานั้นได้คะ

-4- ขอบคุณผู้อ่านทุกคนนะคะ

.

.

.

.

 

เล่าเรื่องยัยหัววุ้น -10-

ตอน...มองญี่ปุ่น(ในแง่การจัดการ)ผ่านศิลปะบนทุ่งข้าว [ฟอร์เวิดเมลล์ชิ้นที่สอง]

 .

         ฟอร์เวิดเมลล์ชิ้นที่สองนี้เดิมทีเคยได้รับจากเพื่อนมาเมื่อปีที่แล้ว วันนี้เป็นครั้งที่สองที่ได้รับข้อมูลแบบเดิมแต่ผู้ส่งเปลี่ยนไปเป็นเจ้าเส เพื่อนในสาขาเออเบิ้นของยัยหัววุ้นนั่นเอง

-มันน่าสนใจยังไงหรือถึงได้นำเอาเรื่องนี้มาอัพลงในบล็อค ?-  สำหรับฉันแล้ว ชอบนะ ชอบมากกกแต่เสียดายที่รูปสวยมากแต่ไร้ซึ่งเสน่ห์ดึงดูด  ดูขาดรสชาติและละเลยการบรรยายเพื่อช่วยให้เนื้อหามันน่าอ่าน (เพราะมันไม่มีอะไรเลยอ่ะ นอกจากรูปกับประโยคเดียวที่ว่า RICE Field in Japan...amazing!!...)

-แล้วจะเอามาทำไม ?-  ก็รูปมันสวยมากเลยไง จะเอาเก็บไว้ดูเองคนเดียวก็ใช่เรื่อง เสียดายของสวยๆงามๆอยากให้คนอื่นที่ไม่เคยดูได้เห็นบ้างอ่ะคะ ..แล้วอีกอย่าง มันมาจากความสงสัยใคร่อยากของยัยหัววุ้นมันค่ะ มันถามฉันว่า "นี่ๆๆแกๆๆ งานศิลปะบนทุ่งข้าวชิ้นนี้อ่ะ เขาทำทำไม ใครเป็นคนคิด มันอยู่ที่ไหนของญี่ปุ่น ?? แล้วอีกสารพัดคำถามจำไมของยัยหัววุ้น)

งืมๆๆ ในเมื่อได้ลงมือหาข้อมูลเรื่องนี้เพื่ออธิบายให้ยัยสมองวุ้นฟังแล้ว ก็เลยอยากจะเล่าให้เพื่อนๆที่ยังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวงานสร้างสรรค์ไอเดียบรรเจิดชิ้นนี้ของพี่ยุ่นให้ได้ฟังกันค่ะ

 

 ---------------------------------------

.

Beautiful Rice Field Art

[Inakadate AOMORI JAPAN]

"นาข้าวซามูไร การจัดการทรัพยากรอย่างสร้างสรรค์"

 

        ทุกคนคงทราบกันอยู่แล้วว่าเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักของบรรพรุษไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันข้าวก็ยังคงเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของเมืองไทย ถ้าให้ทุกคนลองจินตนาการภาพทุ่งนาเนี่ย ทุกคนคงคิดไปถึงภาพทุ่งข้าวสีเขียวผืนใหญ่...

 

Beautiful Rice Field Art<br> 1

 

จากภาพที่เห็นข้างบนนี้มันทำให้คุณรู้สึกอย่างไรบ้างค่ะ ??

ทุ่งนาเช่นเดียวกัน แต่ต่างที่ตรงที่มีการแสดงงานศิลปะบนผืนนา  จากท้องทุ่งสีเขียวธรรมดาๆ แต่พี่ยุ่น แห่งแดนซามูไร กลับแปลงผืนนาให้เสมือนว่าเป็นผืนผ้าสีเขียว แล้วทำการแต่งแต้มสีสันให้เป็นภาพเขียนที่สวยงาม...โดยใช้เทคนิคการจัดองค์ประกอบภาพและการรังสรรค์งานออกมาจากการเลือกใช้พืชพันธุ์ที่ต่างสีกันมาปลูกสลับกับต้นข้าว...

ทุ่งกว้างแห่งนี้อาจจะเปรียบดังมิวเซียมขนาดใหญ่ ที่มีลักษณะ OPEN AIR และมีงานศิลปะขนาดใหญ่อวดแก่สายตาชาวโลก ซึ่งจัดทำเพื่อระลึกถึงศิลปินคนดัง Shiko Munakata เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี คุณชิโกะ เป็นศิลปินท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง (1903-1975) งานของเขาเป็นการทาสีลงบนไม้(หรือที่เรียกว่า woodblock) เค้าโด่งดังขนาดที่ว่ามีคนสะสมงานของคุณชิโกะไปรอบโลกเลยนะคะ

นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงศิลปะบนทุ่งนาอย่างนี้ทุกปีเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เมือง Inakadate:หมู่บ้านของวัฒนธรรมพืชข้าว แห่งจังหวัดอะโอะโมริ(เป็นประตูสู่เกาะฮอกไกโด)

 

เหนือไปกว่าการอวดผลงานเค้ายังคิดไปถึงการถ่ายทอดมรดกล้ำค่าเหล่านี้สู่คนรุ่นหลังเพื่อเป็นการรักษาประเพณีและวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นเอาไว้ให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษากัน

มาดูกระบวนการสร้างงานศิลปะบนผืนนากันดีกว่าค่ะ

 

Beautiful Rice Field Art 2ขั้นตอนที่ 1 เคลียร์พื้นที่ เห็นเค้าบอกว่าเป็นการร่วมมือของคนในชุมชนกว่า 600 คน ช่วยกันทำค่ะ (เอ๋..บ้านเราเค้าเรียก "ลงแขก" หรือป่าวน๊ะ แต่นั่นมันเพื่อเกี่ยวข้าวมิใช่ฤา  หรือเอามาใช้ในกรณีร่วมแรงกันอย่างนี้ได้ งง..

Beautiful Rice Field Art 3

ขั้นตอนที่ 2 ร่างภาพ

Beautiful Rice Field Art 4

ขั้นตอนที่ 3 กำหนดสีสันของพืชพันธ์กับพื้นที่ 

Beautiful Rice Field Art  5

 ขั้นตอนที่ 4 ลงมือปลูกพืชตามเส้นร่าง

Beautiful Rice Field Art   6

 เริ่มเห็นเป็นรูปร่างแล้วใช่ไหมคะ

Beautiful Rice Field Art  7

ชัดเจนแล้ว

Beautiful Rice Field Art  8

หลังจากเก็บรายละเอียดทุกส่วนก็จะได้งานที่ศิลปะที่สวยงามบนผืนนาแล้วค่ะ

Beautiful Rice Field Art  11

มาดูภาพวาดอีกชิ้นกันบ้างค่ะ (เปลี่ยนมุมกันๆ)

Beautiful Rice Field Art  12 ไม่ว่าจะมองจากมุมใดงานศิลปะบนผืนนาทุกชิ้นก็สวยทุกมุมองเลยจริงๆ

hokusai.jpg

เอามาลองเปรียบเทียบกับออริจินอลเวอร์ชั่น. ของคุณชิโกะ โห..ตัดสินไม่ได้เลยว่าอันไหนสวยกว่ากัน งามจริงๆ

 .

นอกจากการสร้างศิลปะบนทุ่งข้าวเลียนแบบจากงานของคุณชิโกะแล้ว เขายังมีการวาดเป็นรูปอื่นๆอีกด้วยนะคะ มาดูกันเลย...

Beautiful Rice Field Art  13

 

Beautiful Rice Field Art  14

Beautiful Rice Field Art 16

Beautiful Rice Field Art 17

แอบทำเป็นรูปสาวสวยโมนาลิซ่าด้วยแฮะ

.

.

.

.

ดูงานเหล่านี้แล้วทำฉันย้อนมาคิดถึงหลายๆเรื่อง เกิดคำถามขึ้นหลายอย่าง ในแง่ของการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่...คุณผู้อ่านกำลังคิดเรื่องเดียวกันกับที่ฉันคิดหรือป่าวนะ 

.

การจัดการทุน(ที่มีอยู่)อย่างสร้างสรรค์

           จากการไปสัมผัสวิถีความเป็นญี่ปุ่นมา(แม้จะแค่ช่วงระยะสั้นๆ) ทำให้ฉันได้รับรู้อะไรหลายอย่าง ขณะเดี่ยวกันฉันก็รู้สึกชื่นชมวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนที่นั่น ในแง่ของการพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็ว การเติบโตของพี่เค้า(คนญี่ปุ่น) ก็ไม่ได้โตแบบถูกชาติตะวันตกครอบงำอย่างไร้ความคิด แต่เป็นการโตที่ไม่ทิ้งศิลปะ ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามที่ตนเองมีอยู่ นี่แหละคือสิ่งที่เขามีแต่เรากลับขาด(ละเลย เผลอเรอ มีแต่รับเอามาโดยไม่คิด...หรือ....)

          ข้าวของเครื่องใช้ อาหาร เครื่องดื่ม บ้านเรือน ถนนหนทาง ทุกอย่างล้วนต้องผ่านการดีไซน์ที่สวยงาม แล้วมีหรือที่ผืนนาเขาจะปล่อยให้โล่งว่างไร้ซึ่งการแต่งเติม
          จากภาพงานศิลปะที่เห็น คือการสร้างสรรค์สิ่งใหม่  ที่อาศัยภูมิปัญญาของท้องถิ่น ผสานกับกับภูมิปัญญาสากล(การจัดการองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการปลูกข้าว ของประเทศชั้นนำเขาทำกัน) โดยมีการเรียนรู้เป็นหัวใจสำคัญ  มีการพึ่งพาตนเอง ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายสุดยอด...

The Best  Practice!!!

          การปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตสูง(ตอบสนองความต้องการด้านปริมาณและขนาด)  นั้นดูเหมือนว่าจะกลายเป็นเรื่องธรรมดา(สำหรับชาวนาในญี่ปุ่น)  เพราะเขาได้เรียนรู้อย่างรอบด้าน จนเกิดทักษะความชำนาญ ไม่มีอะไรจะหยุดยั้งแนวคิดสร้างสรรค์บนผืนนา ของชาวนาหัวก้าวหน้ากลุ่มนี้ได้... 
          บทสรุป  คือ ชาวนาแสนฉลาดแห่งเมืองอินากาดาเตะนี้ สามารถจัดการทุนของตนเองอย่างสร้างสรรค์ จนได้องค์ความรู้ใหม่ที่เป็นเลิศ ...

"...ลองจินตนาการดูสิว่า ถ้าเมืองไทยปลูกข้าวก่ำผสมกับข้าวดอ พันธุ์ข้าวอีกหลายชนิด  สลับสองแถว สามแถวขึ้นไปเป็นรูปร่างได้ โดยเฉพาะข้าวไร่บนดอย  ถ้าทำได้สิ่งนี้ก็นับว่าเป็นสุดยอดของการจัดการองค์ความรู้ได้เช่นกัน   ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน คล้ายกับ ทุ่งทานตะวันที่คนนิยมไปเที่ยวกัน ..." 

           แต่การปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตไว้บริโภคโดยไร้ซึ่งโรค แมลง และไม่ใช้สารเคมี แค่นี้ก็น่าจะยากเกินพอสำหรับชาวนาบ้านเราแล้ว

            จะมีอะไรไปสู้เค้าล่ะเนี่ย ถ้างั้นก็อย่าเลย อย่าไปแข่งกับเขาเลย(อย่า ในที่ไม่นี้ไม่ใช่หยุด ให้พัฒนาตัวเองต่อไปเพื่อตนเอง ไม่ใช่เพื่อแข่งกับใคร) และเราควรอยู่อย่างพอเพียง เดินตามรอยพ่อบอกก็น่าจะเพียงพอแล้วเนอะ...

 

ปล.ทุ่งนาบ้านเราจริงๆแล้วมันก็ดูสวยดีเหมือนกันนะคะ ไม่ต้องไปแต่งเติมเสริมอะไรก็ได้ ชิลๆดี นึกแล้วก็อยากกลับบ้านนอกจัง~ ( หุหุ แอบหลงเมืองกรุง ภาระกิจติดเรียน ตอนนี้สำนึกรักบ้านเกิดแล้วจ้า หม่าม๊าหนูอยากกลับบ้านนนน)

 

.

.-จบแล่ว-

Aerial view of Munakata's artHerd's 'Flyover Country'

 

credit & more thank

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เพิ่งเคยเห็นค่ะ *-* สวยจัง
ขอบคุณที่เอามาแบ่งกันดูจ้าาHot!

#1 By Rinna ♥ on 2008-08-30 05:42

เสียดายถ้าไม่รู้จัก .......

#2 By (58.8.175.134) on 2008-08-30 05:50

Hot! ไม่เคยเห็นอะ ฟอร์เวิร์ดอันนี้

#5 By ไทดี้ on 2008-08-30 05:52

งามแต๊confused smile

#14 By wesong on 2008-08-30 08:37

แปลกแต่จริง

#15 By pangtode on 2008-08-30 09:29

Hot!

#16 By pangtode on 2008-08-30 09:29

สุดยอดดดดดดด....ทำไมไทยไม่มีมั่งอ่ะembarrassed sad smile
สวยดีคับ ไม่เคยเห็นอย่างที่หลายๆ คนเม้นท์ไว้ ณ ที่นี้เหมือนกัน และต้องยอมรับว่าเขาสร้างสรรค์ได้ใจจริงๆ

แต่ถ้ามองถึงบ้านเราว่าทำไมไม่ทำอย่างเขาบ้าง อืม...ก็คงต้องพูดว่าฐานะความเป็นคนและความเป็นอยู่และความมีเกียรติของชาวนาบ้านเขากับชาวนาบ้านเรานั้นต่างกันคับ

บ้านเราลำพังปลูกข้าวเฉยๆก็แทบจะเอาตัวไม่รอด ด้วยค่าปุ๋ยและค่าเคมีภัณฑ์บางอย่างก็สูงลิบลิ่ว และถ้าหากทำนามาก ก็ต้องจ้างคนมาช่วยกันลงแขกเพื่อปลูกและเก็บเกี่ยว (เพราะสมัยนี้การลงแขกช่วยกันดำนาโดยเปล่าๆ เปลี้ยๆ นั้นหาได้ยากเต็มที ถึงไม่ให้เป็นสินน้ำใจด้วยเงินตรา แต่ก็ให้เป็นอาหารแทน ค่าใช้จ่ายก็ใช่ย่อยอยู่)

ชาวนาส่วนใหญ่จึงแบ่งที่ให้เช่าหรือขายไปเลย เพื่อแลกกับเงินตราหาเลี้ยงปากท้องและหล่อเลี้ยงอาชีพนี้ให้ยังดำเนินต่อไปอย่างทุลักทุเล ดีไม่ดีพวกเขาต้องกลับมาทำนาบนผืนนาของตัวเองเสียด้วยซ้ำ แต่กลับมาในฐานะการถูกจ้างทำนา (คงน่าเจ็บใจน่าดู)และดูเหมือนว่าการกลับมาทำนาในประเภทนี้กำลังเพิ่มขึ้น (ส่วนใหญ่จะเป็นการกว้านซื้อจากประเทศแถวอาหรับเป็นส่วนใหญ่ จากการนำเข้าคนเหล่านี้มาซื้อขายโดยรัฐบาลชุดเหลี่ยม(จัด))

อืม...แต่ถ้าคิดว่าทำไมไม่รวมตัวกันแล้วทำขึ้นมาเพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวนี่ อันนี้ก็น่าคิดนะ แต่...จะคนมาเที่ยวมากน้อยแค่ไหน แล้วข้าวที่จะเอามาปลูกแซมนั้นจะได้ราคาดีเท่ากับข้าวที่ปลูกอยู่ปกติรึเปล่า (ปกติก็จะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว คนปลูกแทบไม่ได้อะไร แต่คนที่ได้กลับเป็นคนกลางหรือโรงสี หรือคนมียุ้งฉางเก็บข้าว)

อืม...คงต้องแก้กันที่การประกันการรับซื้อข้าวในราคาสูง (กระทรวงเกษตรฯ คงต้องดูแล)เพราะดีไม่ดีถ้าราคาข้าวยังตกต่ำจนคนจนจะหายไป(ตาย)จริงๆ จากสังคมเนี่ย ชาวนาอาจเลือกที่จะขายนาให้นายทุนกันหมดแล้วหันไปทำอย่างอื่น อืม...อาชีพชาวนาที่ทำนาบนผืนดินของตนเองคงไม่ได้อยู่คู่สังคมไทยอีกต่อไป ก็เป็นได้นะ

พล่ามมาซะนาน (แถมไร้สาระอีกต่างหาก) ต้องขอบอกว่ามีการจัดสรรค์งานที่น่าสนใจนะคับ จะรอติดตามต่อไป

#18 By Room No. 09 on 2008-08-30 15:28

เพิ่มเติมและเปลี่ยนแปลง

จริงๆชาวนาไม่ได้กำไร แต่เป็นขาดทุนเสียมากกว่า ต้องกู้หนี้ยืมสิน หรือจริงๆ แล้วเราควรจะต้องแก้ไขที่บุคคลซึ่งจะมาดำรงตำแหน่งใหญ่ในกระทรวงเกษตรฯ จากพ่อค้านายทุน (เพราะคอยออกกฏหมายเอาเปรียบเหยียบย่ำชาวนาจนจะกลายเป็นปุ๋ยของต้นข้าวไปแล้ว)ให้เป็นคนซึ่งเข้าอกเข้าใจปัญหาของชาวนาอย่างแท้จริง (แต่จะดีตลอดรอดฝั่งรึเปล่า เพราะไม่ค่อยเห็นใครเล็ดลอดจากเงื้อมมือของอำนาจหน้าที่และอำนาจเงินสักเท่าไหร่)

#19 By Room No. 09 on 2008-08-30 15:52

ชาวนาต้องรวมกลุ่มกันให้ได้ก่อนครับ ถึงจะทำอะไรต่อไปได้
ต้องรวมกลุ่มกันเป็นสหกรณ์เพื่อต่อรองกับกลุ่มพ่อค้าหรือโรงสี (ซึ่งในหลวงท่านก็พระราชทานคำแนะนำเรื่องระบบสหกรณ์มาหลายสิบปีแล้ว)
ต้องรวมกันให้ได้เป็นอย่างแรก ก่อนจะทำงานใหญ่อย่างเขาได้

#20 By Eddalion on 2008-08-30 15:55

สุดยอด คิดได้ไง cry

#21 By Cotton on 2008-08-30 16:06

น่ารักจังค่ะยิ่งมาเห็นวิธีการยิ่งน่าทึ่งconfused smile

#22 By (^_^)/nana on 2008-08-30 16:55

คนญี่ปุ่นทำอะไรจริงจังเฮะ ..
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! !!

#23 By fridayparty on 2008-08-30 16:59

สวยจริง เจ๋งจังconfused smile

#24 By ~aMe~ on 2008-08-30 17:09

เจ๋งจริงๆอะ
ชอบๆๆๆ

#25 By dong=ดอง,โด่ง on 2008-08-30 17:22

โหว ของเค้าเก๋าจริงๆ=[]=!!!Hot! Hot! Hot!
สุดยอดยิ่งกว่าสัญลักษณ์ยานอวกาศลงบนทุ่งหญ้าซะอีก

#26 By moname on 2008-08-30 17:27

สุดยอด!!

#27 By C-C on 2008-08-30 17:36

สวยมวากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก Hot!

#28 By iDoi* on 2008-08-30 18:11

สวยมากๆๆๆๆๆๆๆๆเลยนะ

#29 By chokichoki on 2008-08-30 18:20

Hot! เมื่อจะทำได้ เมื่อนั้น ต้องมีทุน= =!!

#30 By sarail on 2008-08-30 18:22

ไอเดียสร้างสรรค์มากมาย
นี่แหล่ะความแตกต่างของความคิด
สามารถสร้างศิลปะบผืนนาได้อย่างลงตัว
นับถือๆ เห็นแล้ววอดท่จะอยากไปเหยียบ
บนผืนนานั้นเป้นไม่ได้เลยสิน่า หุหุหุ

#31 By ไอแอมเจ้าหยง (117.47.172.19) on 2008-08-30 19:15

สวยจังเนอะ

สร้างสรรค์มากกกกก

แจ่ม แหล่ม ไปเล้ยยยยย
เคยเห็นในรายการโทรทัศน์ครั้งนึงค่ะ ทึ่งเหมือนกัน ^_^

#33 By Hayashi Kisara on 2008-08-30 20:01

postmodern จิงๆ

#34 By natthayut (58.64.94.54) on 2008-08-30 20:34

สวยมากเลยค่ะ
เห็นแล้วทำให้นึกถึงพวกรอยบนทุ่งข้าวโพด(หรือทุ่งหญ้าหว่า)ที่เขาว่าเกิดจากมนุษย์ต่างดาวทำไว้(ไม่แน่ใจว่าที่ไหนอ่ะค่ะ)
สวยๆทั้งนั้นเลยจ้า
ที่ญี่ปุ่นเค้าดีอ่ะ
ออกกฏห้ามปล่อยพื้นที่ร้าง
ไม่เสียประโยชน์ดี

confused smile

#36 By Adrias on 2008-08-30 21:25

ตอบคุณ "เจ้าโมชิแฝดผู้พี่ของโมจุ~ "

ใช่แล้วค่ะ พอดูงานสร้างสรรค์บนทุ่งข้าวชิ้นนี้(ที่มนุษย์เราสร้างเอง)
แล้วทำให้นึกถึง Crop Circles หรือ วงกลมปริศนาอยู่กลางทุ่งนา พื้นที่เพาะปลูกข้าวสาลี ข้าวโพด หรือธัญพืช หรือรูปสัญลักษณ์ที่แปลกประหลาดที่เป็นรูปแบบที่ไม่สามารถอธิบายได้ว่า เกิดขึ้นมาได้อย่างไร??? แล้วใครเป็นคนสร้างembarrassed

ส่วนสถานที่ที่พบสัญลักษณ์เหล่านี้ก็พบไปทั่วโลกเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐ แคนาดา ยุโรป อเมริกาใต้ แอฟริกาใต้ และออสเตรเลีย หรือแม้แต่จีน

ขอบคุณสำหรับความสงสัยนะค่ะ
big smile

#37 By ยัยหัววุ๊น on 2008-08-30 21:41

ขอบคุณความเห็นของคุณ "Room No. 09" และคุณ " Eddalion" มากนะคะ สำหรับแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการในบ้านเรา big smile

#38 By ยัยหัววุ๊น on 2008-08-30 21:50

แจ่มมากๆเลยค่ะ เราน่าจะลองทำดูมั่งดีมั้ยคะ? แต่เอาเป็นศิลปะแบบไทยๆ ^^

#39 By YOSHINAKIs on 2008-08-30 21:55

wink สวยมากอ่ะครับ

#40 By Thep-aksorn : The Aria Auditor on 2008-08-30 22:04

สุดยอดมากกๆเลยค่ะ big smile

#41 By HOMO(sap)IENS on 2008-08-30 22:20

สุดยอดงานศิลป์Hot!

#42 By General เบ๊ on 2008-08-30 22:30

หึ

ก็นะคนญี่ปุ่นเค้ามีความคิดสร้างสรรค์และกล้าที่จะทำ

เราถึงได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์จากคนญี่ปุ่นเสมอๆ

#43 By wowow (58.8.53.133) on 2008-08-30 22:35

โอ้วววววววว....

เค้าร่างภาพกันได้ยังไงล่ะเนี่ย

#44 By on 2008-08-31 00:11

Hot! Hot! Hot! Hot!

#45 By [Sayoko™ ] on 2008-08-31 09:48

Hot! Hot! Hot! Hot!

#46 By [Sayoko™ ] on 2008-08-31 09:48

เราจะมีโอกาสเห็นศิลปะมีชีวิตและงดงามแบบนี้ในเมืองไทยบ้างหรือไม่นะ

#47 By ~* แมวอ้วน *~ on 2008-08-31 11:36

สุดยอดอ่ะ เคยเห็นแล้ว แต่ตอนนั้นไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่
พอได้กลับมาดูอีกที ว้าว สุดยอดจริงๆ

#48 By SANNEY★ on 2008-08-31 13:03

ไอเดียบรรเจิด confused smile

#49 By nidting on 2008-08-31 14:19

สวยมาก ๆ ครับ
ไม่รู้จับรรยายอย่างไร แต่สวยครับ big smile

Hot!

#50 By Imaglelio on 2008-08-31 15:55

คนญี่ปุ่นเก่งจัง

เมื่อไหร่คนไทยจะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ แบบนี้ออกมามั่งนะ...

#51 By iluz186 on 2008-08-31 16:23

ง่า ทำปายด้าย

#52 By fon`Zaaa on 2008-08-31 21:30

แม่เจ้าีพี่่ยุ่นสุดยอด !!! Hot!
งานศิลปะบ้านเรา ยังมีน้อยอ่ะค่ะ
หรือจะจริงแบบที่เขาเล่าว่า ถ้าท้องไม่อิ่ม แรงบันดาลใจก็เกิดยาก sad smile

#54 By sorbet* on 2008-09-01 00:13

สวยมากเลยค่ะ

#55 By momoocha on 2008-09-01 08:26

อยากรู้ว่าขฃเขาแบ่งสีกันยังไงอ่ะ
angry smile

#56 By Shoda on 2008-09-01 09:39

ตอบคุณ #56 By Shoda

อยากรู้ว่าเขาแบ่งสีกันยังไงอ่ะ

ขอตอบในมุมมองของตัวเองนะคะ(ซึ่งก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน เพราะไม่ได้ศึกษาในเรื่องนี้อย่างละเอียด ขออภัยด้วยนะคะ )
ถ้าสังเกตจากงานในภาพข้างบน จะเห็นว่าพืชพันธุ์ที่เขาใช้จะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 สี(สีม่วง เหลืองจาก Kodaimai rice และสีเขียวจากใบ tsugaru )


ถ้ามองแบบง่ายๆก็คงใช้เทคนิคนำภาพมาทำให้เป็นสองสี (ขาว-ดำ)
จากนั้นก็ทำการขยายภาพโดยวิธีตีตารางตารางจัตุรัส (grid drawing) เป็นการขยายภาพโดยใช้วิธีตีตารางสี่เหลี่ยมจตุรัสบนต้นแบบ และกระดาษ(ตามขนาดของแปลงนา)ที่ต้องการขยาย ให้มีขนาดตามความต้องการ (แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะใช้วิธีนี้หรือเปล่า...ต้องขอโทษจริงๆนะคะ เรื่องนี้คงต้องถามผู้รู้จริง
)



อีกอย่างงานศิลปะของญี่ปุ่นมีเอกลักษณ์ชัดเจนก็คือการถ่ายทอดให้เห็นถึงความงามง่ายๆ และความตรงไปตรงมา ในงานภาพพิมพ์ญี่ปุ่น ที่มีมาแต่โบราณนั้นก็มีเพียงแค่สองสีแต่สามารถทำออกมาได้อย่างลงตัวพอดีนั้น จึงถือเป็นเสน่ห์ของงานแขนงนี้ (ถ้าเอาข้อนี้มาเป็นโจทย์ คงไม่ยากเลยสำหรับการแบ่งสีของพืชพันธุ์สำหรับศิลปินชาวญี่ปุ่นที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะบนทุ่งข้าวชิ้นนี้)


ป.ล. หากผู้ใดที่มีความรู้หรือความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ช่วยแสดงความเห็น จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เขียนและผู้ที่มาอ่านในอนาคตเป็นอย่างมาก...
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
sad smile

#57 By ยัยหัววุ๊น on 2008-09-01 12:18

สวยมากๆๆ เลยอะ


ทำอะไร ใหญ่ โต ได้ผลคุ้ม จริงๆ



ชอบๆๆๆๆๆ

#58 By pialot_02 on 2008-09-01 13:28

แ่จ่มแจ๋วเลยครับ

#59 By การ์ตูน (125.27.115.160) on 2008-09-01 14:11

Less is Moreopen-mounthed smile

#60 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2008-09-01 16:13