ยัยหัวยุ่ง-2-

ตอน...นี่หรืออากาศยามเช้า

 

หลังจากสัปดาห์ที่แล้วยัยหัวยุ่งโหมทำงานอย่างหนักหน่วงเนื่องจากต้องส่งไฟนอลโปรเจคท์หนึ่งตัว โปรเจคท์นี้เล่นเอายัยหัวยุ่งเครียดอยู่หลายชั่วโมงทีเดียว..แต่มันก็ผ่านไปได้ด้วยดี หุหุ ก็อย่างว่าล่ะนะ ยัยหัวยุ่งซะอย่าง เรื่องแค่นี้ จิ๊บๆ

ถือว่าวันนี้เป็นวันที่ดีของยัยหัวยุ่งทีเดียว เพราะอะไรน่ะเหรอ เหตุผลมันอาจจะสร้างความประหลาดใจให้กับคนทั่วไปสักเล็กน้อย....

  • เธอได้รับประทานอาหารเช้าแบบชิว ไม่เครียด ไม่รีบ เคี้ยวเอื้องได้ซักหลายชั่วโมง เธอจึงมีเวลานั่งค่อยๆละเลียดกินแบบค่อยเป็นค่อยไป เป็นวันแรกในรอบสี่เดือนหลังจากเปิดเทอมปีสี่มา
  • ผิวหนังของเธอมีโอกาสสัมผัสไอแดดในช่วง 8 โมงเช้า ทำให้เธอรับรู้ว่าแดดเวลานี้ค่อนชิวดีที่เดียว ลมอ่อนที่พัดปลิวมากระทบตัวเธอเป็นระลอกๆ ทำให้เธอหยุดเดินแล้วรับลมเย็นๆนั่นอน่าเต็มที่
  • วันนี้เธอมีเวลาอาบน้ำและหวีผมนานเป็นพิเศษ แต่ก็ยังใช้เวลาไม่นานเท่าผู้หญิงปกติทั่วไปหรอก
  • เธอได้ทราบว่าโรงอาหารกลางที่เธอมาทานประจำกับเพื่อนๆในเวลาเย็นนั้น ค่อนข้างที่จะมีระบบจัดเก็บและดูแลที่ดีทีเดียว แต่ก็อดสงสารคุณป้าแม่บ้านไม่ได้ ที่ต้องทนยกเก้าอี้ทั้งโรงอาหารขึ้นลงทุกเช้าเย็น
  • แม้เธอมีเวลาหวีผม แต่ก็ไม่วายที่จะโดนพี่ยามหน้าหอของเธอทักว่า
    • พี่ยาม "ลำบากมั๊ยคะเวลาที่หนูหวีผมอ่ะ??"
    • ยัยหัวยุ่ง "หนูไม่ค่อยได้หวีคะ มันก็เลยยุ่ง" พร้อมกับใบหน้าที่เปื้อนยิ้มสะแหยะๆของเธอ ไม่ใช่เพราะอาย แต่เพราะเธอหงุดหงิดที่เธออุตส่าห์เสียเวลาหวีผมแล้ว แต่ทำไมมันกลับมายุ่งเหมือนเดิมหว่า
  •  แลเห็นว่าวันนี้มาตรฐานคุณภาพชีวิตของยัยหัววุ้นท่าทางจะดีขึ้นทีเดียว

วันนี้ระหว่างที่เธอนั่งทานอาหารที่ค่อนข้างจะซ้ำกับทุกวัน แต่ก็พยายามนึกในใจว่า "เอาเถอะ ดีกว่าไม่ได้กินว่ะ" ด้วยความที่เธอไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เมื่อคืน เธอจึงตั้งปณิธานตั้งแต่เย็นวานว่า "วันพรุ่งนี้ฉันจะต้องตื่นมาทานอาหารเช้าให้ได้"

เธอทานข้าว ปากเธอเคี้ยวอาหารเป็นจังหวะที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ มือข้างขวาหยิบช้อนตักอาหารมาใส่ปากเป็นระยะๆ มือซ้ายของเธอก็ไม่ได้ปล่อยให้มันหงิกง่อย ค่อยๆกดโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ ส่วนตาของเธอก็จ้องไปที่หน้าจอโทรศัพท์ สมองของเธอแปลผลที่เธอมองเห็นออกมาเป็นภาพและเรื่องราว พร้อมกับบ่นและโต้แย้งข้อความที่เธอได้อ่านเป็นครั้งคราว

ข่าวแต่ละอย่างที่เธออ่านใช่ว่าเธอจะสนใจ แต่เธอก็อ่านไปงั้นๆ ใช่แล้วล่ะ เธอไม่ค่อยสนใจข่าวสารบ้านเมืองเท่าใดนัก ต่างจากเมื่อก่อนลิบลับ เมื่อก่อน ด.ญ.หัววุ้น ค่อนข้างใส่ใจข่าวสารบ้านเมืองไม่ว่าจะใหญ่น้อย ไม่ว่าจะเป็นคอลัมน์อะไรเธออ่านหมด (จะว่าไปยกเว้น คอลัมน์ เสพสมบ่มิสม ที่เธอเห็นว่ามันไม่น่าอ่านเท่าไรนัก) ราวกับว่าอนาคตของเธอจะไปเป็นนายยกหรือ สส. หญิง ก็ไม่ปาน แต่นั้นมันเป็นอดีต มันผ่านมานานมากแล้ว

ณ วันนี้ เวลานี้เธอรู้เพียงว่า เฮ้อ~~~~ทำไมข่าวทุกวันนี้ มันมีแต่เรื่องไร้สาะระว่ะ

ไมว่าจะเป็นดาราคลอดบุตร ดาราทะเลาะกัน ดาราหย่ากัน ดาราตาย[ไม่เข้าใจว่าคนตายวันหนึ่งไม่รู้กี่ร้อยศพ ข่าวก็ออกอยู่นั่นแหละคนเดียวเป็นอาทิตย์ แล้วคนอื่นล่ะ ชีวิตไม่ควรค่าแก่การจดจำหรืออย่างไร ก็ใช่สิ เขาเหล่านั้นมันคนธรรมดา ใครกันเล่าจะมาสนใจ..ยัยหัววุ้นได้แต่บ่น] อืม..แล้วก็อีกหลายร้อยพันข่าวที่ยัยหัววุ้นอ่านแล้วส่ายหัวปับๆ

 

เปลือยหัวใจ 'เปรม' วันที่ถูก 'ทาทา' สะบั้นรัก ซุบซิบ ดารา ข่าวบันเทิง ข่าวดารา gossip ปาปารัสซีEภาพหลุดดารา นิตยสารบันเทิง
ที่มารูป [ดูและอ่านข่าวเพิ่ม] คลิ๊กจากรุปได้เลยคะ

 

ที่เห็นพอที่จะมีสาระน่าอ่านอยู่บ้างก็น่าจะเป็น ข่าวพยากรณ์อากาศที่ส่งมาให้เธอทุกวัน

"17 ส.ค. ทุกภาคมีฝนฟ้าคะนองตกหนักบางแห่ง อำนาจเจริญ-อุบล ระวังน้ำโขงล้นตลิ่ง-ท่วมฉับพลัน กทม.ฝนกระจาย-หนักบางแห่ง: กรมอุตุฯ "

อุบลน้ำจะท่วมอีกแล้วเหรอ เธอยังจำได้เลยว่าเมื่อสมัยเธออยู่มัธยมนั่นน่ะ โรงเรียนต้องประกาศปิดเรียนเกือบเดือนเนื่องจากสาเหตุดังกล่าว ภาพเหตุการณ์วันนั้นมันช่างชัดเจน และแล่นผ่านเข้ามาในสมองของเธออย่างรวดเร็ว แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะยังไม่เกิดขึ้น แม้ว่าเธอจะไม่ได้ไปประสบภัยเรื่องนี้โดยตรง แต่เธอก็ยังเก็บเอามาคิดอยู่นานทีเดียว เพราะอะไรนะหรือ สาเหตุเพราะว่า ความที่เธอเป็นว่าที่นักผังเมืองนั่นเอง ทำให้เธอคิดว่า เธอจะว่าแผนจัดการกับปัญหานี้อย่างไร หากเกิดเคสเช่นนี้ขึ้นอีกในช่วงที่เธอทำงาน เธอจะหาทางรับมือหรือแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวนี้อย่างไร " 

เฮ้อ~~~ มันก็ได้แค่คิดแหละนะ ตอนนี้มันอาจจะดูไกลตัวอยู่ นักผังเมืองหัวยุ่งตัวน้อยอย่างฉันจะมีปัญญาไปทำอะไรได้" ยัยหัวยุ่งได้แต่ตัดพ้อในใจ

 

 รูปภาพ 7-11 ที่ญี่ปุ่นคะ ใช่แล้วภาพนี้ฉันไม่ได้ถ่ายเอง ขอบคุณวิกีพีเดียนะคะ

อีกรูปคะ นี่7-11 ที่จีน จะว่าไปบ้านฉันนี่มันมีหลายสไตล์จิงแหะ^^" ขอบคุณรูปจากบล็อคพี่อาคมคะ

 

 

ว่าแล้วก็เดินกลับบ้านดีกว่า[7-11] ตื๊ดตื่อ...ขณะที่ยัยหัววุ้นเดินผ่านประตูที่เธอเรียกว่าบ้านเข้าไป อืม..มันส่งเสียงแบบนี้ทุกครั้งที่แขกเข้าบ้านจนบางที

ยัยหัววุ้นเกิดความสงสัยว่า "คุณประตูเซเว่นคะ คุณเคยคอแห้งหรือป่าว คุณเหนื่อยมั๊ยคะ คุณร้องทักคนที่เดินเข้าออกอย่างนี้ทุกวัน คุณเคยท้อแท้หรือป่าว??? "

ถึงจะเป็นแค่ประตูบ้านของฉัน แต่ฉันก็ไม่เคยละเลยมันเลลยแม้แต่น้อยนะ ยัยหัววุ้นนึกใจในใจ

แต่ก่อนหน้านี้ยัยหัววุ้นเคยเล่าให้ฉันฟังว่า บ้านของเธอสาขานี้นั้น ประตูใช้ระบบปิดเปิด โดยการผลัก ไม่ทันสมัยอย่างประตูบ้านปัจจุบันของเธอ ที่ใช้ระบบบานเลื่อนอัตโนมัติ เธอแอบบ่นกับฉันว่า พนักงานเซเว่นจะทำอะไรกับบ้านไม่เคยสนใจฉันเลย ไม่เคยคิดแม้แต่จะถามว่า ฉันพอใจจะให้เปลี่ยนประตูหรือป่าว หรือฉันชอบดีไซน์ประตูแบบใหม่นี่มั๊ย

อืม...ฉันก็ได้แต่รับฟังยัยหัววุ้นบ่นพึมพำเกี่ยวกับประตูของเธอโดยไม่ออกความเห็นใดใดทั้งสิ้น

ปล่อยให้เธอบ่นอย่างสะใจ...ระบายอารมณ์ออกมาอย่างเต็มที่

แต่ซักพักหลังจากที่ยัยหัววุ้นบ่นมือพลางหยิบ ผงซักฟอกสีเขียว สบู่เหลวสีชมพู ขนมขบเขี้ยวสีเหลือง พร้อมกับนมกล่องสีแดง เธอหยุดนิ่งเพื่อคิดว่าเธอลืมอะไรอีกหรือป่าวนะ ยังไม่ทันที่ฉันจะบอกหล่อน หล่อนก็เดินดุ่มๆไปหยิบมาม่ามาสามห่อ เพราะเนื่องจากเมื่อวานอาหารไม่ตกถึงท้องหล่อนเลย หล่อนจึงซัดมาม่าไปสามห่อ(คนละเวลา)ของบรรดารูมเมทสาวไป เธอจึงต้องซื้อไปคืนนั่นเอง

ฉันอยากจะเล่าเรื่องยัยหัววุ้นต่อจัง แต่ด้วยความเหนื่อยล้าของงร่างกายแล้วก็รวมทั้งงานอื่นที่ยังไม่ได้สะสาง ฉันขอติดคุณผู้อ่านไว้ก่อน โอกาสหน้าฉันจะมาเล่าเรื่องยัยหัววุ้นใหม่ รับรองว่าไม่เป็นเช่นนี้อีก 

 

 

ก่อนไปฉันขอรีวิวงานเขียนของยัยหัววุ้นสัปดาห์นี้ให้ได้ฟังกัน

 ::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

ว่าด้วยเรื่องงานที่จะเขียน

x โปรเจค์การปรับปรุงและพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อคนรายได้น้อย:ชุมชนท่าน้ำสามเสน เขตดุสิต กทม.

x โปรเจคท์ออกแบบและจัดสรรที่ดินเพื่อเป็นหมู่บ้านจัดสรร: ถนนสายไหม กทม.

x สถาปนิกที่มีชื่อเสียงระดับโลก

x บิดาแห่งเออเบิ้นแพลนนิ่ง

O คุณป้าซาฮา

O อลังการตึกสูงระฟ้า

O เหตุเพราะทีสิส....ตอน บทนิยาม สาเหตุและความเป็นมา

O สะพานสวยทั่วโลก

O สถาปนิกไทยใครว่าไม่เจ๋ง

 

หมายเหตุ สัญลักษณ์

x คาดว่าจะไม่มีโอกาสเขียนต่อ

O คาดว่าจะเรียบเรียงให้เส็ดภายในอาทิตย์หน้า

O เรียบเรียงเรียบร้อย

ป.ล. เมื่อวานฉันให้พี่คนหนึ่งช่วยเป็นคอมเม้นเทเตอร์ให้ ให้ช่วยดูงานเขียนหรือติติง ปรากฏว่าเขาบอกว่าตัวหนังสือมันเบียดกัน ตัวเล็ก พี่ก็เลยไม่อยากอ่าน คิดว่าหลังจากงานนี้เป็นต้นไปตัวหนังสือในงานฉันน่าใจใหญ่ขึ้นนะ แต่ก็คงเล่นเอาตัวคนเรียบเรียงรู้สึกแปลกกับการเขียนฟอนท์ที่มันใหญ่ขึ้นเหมือนกัน

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อิอิ เรื่องราวนี้เนี่ยรู้สึกว่าจะอิงเค้าบ้านตัวเองอ๊ะป่าวค๊า

แต่ก็เทห์ดีเน้อ7-11 แบเข็นเอา เหอะๆ เมืองไทย

ไม่มีแบบนี้บ้างเหรอเนี่ย

สะดวกซื้อ

แต่ม่ายสะดวกเข็น หุหุหุquestion

#1 By ไอแอมเจ้าหยง (58.147.37.200) on 2008-08-18 21:12