เรียนรู้โลกใบใหม่

posted on 21 Sep 2012 23:26 by anniland
 
อาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์คนบนฟ้าช่างเล่นตลกกับอารมณ์และความรู้สึกของฉันจริงๆ...
ฉันได้เข้าไปสัมผัสกับโลก 2 ใบค่ะ
 
การสูญเสียคนที่เรารัก....ความเสี่ยงในการใช้ชีวิต...การดิ้นรน...นำมาซึ่งกระบวนการคิด ไตร่ตรอง เหตุผล ข้อดีข้อเสีย ทุกอย่างมันจะไม่เครียด ถ้ามันเกิดขึ้นกับตัวฉันเพียงคนเดียว!
 
ถึงแม้ว่าโลกใบแรกที่ฉันได้เข้าไปสัมผัสในช่วงเวลานี้ ไม่ได้แตกต่างจากโลกใบก่อนๆเท่าไรนัก
แต่ก็ถือว่าเป็นบททดสอบที่ทำให้ตัวฉันเข้มแข็งขึ้นไม่น้อยเลยที่เดียว ได้เรียนรู้การทำงานในสภาวะกดดัน ได้ปรับตัวให้เข้ากับคนรอบข้าง และรู้จักสนิทสนมกับเพื่อนคนใหม่ที่ชื่อว่าความอ่อนโยน เห็นไหมว่าโลกใบนี้ไม่ได้มีแต่เรื่องแย่เสมอไป ยังมีด้านดีให้เรามองเห็นบ้าง อยู่ที่ตัวฉันเองต่างหากว่าจะมองมันอย่างไร 
 

ส่วนโลกอีกใบที่ฉันได้สัมผัส ช่างแตกต่าง สวยงามและน่าหลงไหล
Pin-Interes-Thing ทำให้ฉันได้เข้าไปเรียนรู้โลกใหม่ที่กว้างใหญ่ หลากหลาย น่าค้นหาและนำมาซึ่งความสุข
 
แล้วก็ต้องขอบคุณเพื่อนๆทั้งสามคนที่พยายามช่วยเหลือฉัน เป็นกำลังใจฉัน
ถ้าไม่มีพวกเธอฉันคงยิ้มไม่สดใสขนาดนี้ ขอบคุณค่ะ ^_____^+

ช้าก็ถึงเหมือนกัน

posted on 18 Sep 2012 23:44 by anniland
 
"60 ก็ถึงเหมือนกัน" แม่บอกฉันเสมอ
 
ทุกๆครั้งที่แม่พาฉันออกไปทำธุระข้างนอก แม่มักจะขับรถด้วยความเร็วปกติค่อนไปช้า(ประมาณ 80-60)
ฉันไม่ได้ตั้งใจจะจับผิดแม่หรืออะไร แต่แค่รู้สึกแปลกในบางครั้งที่ รถทุกคันวิ่งแซงเราไปหมด หรือบางทีเข็มอาจจะกำลังถ่อมตัว หรือแสดงความเร็วที่ไม่ถูกต้องก็เป็นได้ เพราะหลายๆครั้งที่เข็มชี้ไปที่ 40 เอง T^T" โอ้ว ช้ามากก
 
แม่ขับช้าจัง! ฉันบ่นเบาๆด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
 
"คนที่เค้ารีบก็ให้เค้าแซงไปก่อน"
"เห็นมั๊ยเร็วยังไงก็ติดไฟแดงเหมือนกัน"
"ถึงแม่ขับช้า แม่ก็พาเราไปส่งถึงที่จริงมั๊ย"  แม่จะอธิบายให้ฉันฟังด้วยประโยคเหล่านี้เสมอ 
 
ความเร็วในการขับก็เหมือนการใช้ชีวิตของคนเรา
บางจังหวะต้องเร็วบ้าง ช้าบ้าง ตามความเหมาะสมของสถานการณ์นั้นๆ
เราควรใช้สติในการใช้ชีวิตให้อยู่บนความไม่ประมาท
เพราะหากเราพลาดไป ไม่ได้ถึงความเสียหายของทรัพย์สินเพียงอย่างเดียว
แต่จะนำมาซึ่งความเสียใจของคนที่รักเราอีกด้วย
 
 
 

อิทธิพลของการ์ตูน

posted on 11 Sep 2012 10:02 by anniland
 
ยุ่งเหยิงไปหมดจะหยิบจับอะไรอันไหนทำไง ทั้งที่ทำมาหลายเดือนแล้วแต่ก็ยังต้องวุ่นวายอยู่ดีสินะ เฮ้อ! หรือว่าฉันยังไม่ชิน!
.
พอทิ้วเดย์แสนเชื่องช้าของฉันผ่านไป เว็ดเดย์อันยุ่งเหยิงก็เข้ามา = ="
.
เวลาของฉันในหนึ่งวัน ทำมันน้อยจัง
.
เห็นเค้าว่ากันว่าการแบ่งเวลาแบบ 8-8-8 น่าจะดีและเหมาะสมที่สุดในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน
8 Hr แรก ทำงาน   
8 Hr สอง เล่น/พักผ่อน
8 Hr สาม นอน
.
อย่างว่ามันเหมือนจะลงตัว แต่สำหรับฉันมันไม่ หึหึ เพราะตัวเรายังแบ่งเวลาไม่เป็นหรือนี่ ชีวิตแต่ละวันมันถึงได้วุ่นวายขนาดนี้ T^T
.
ช่างเถอะ ฉันก็บ่นไปงั้นแหละ บ่นแล้วรู้สึกสบายใจ 
.
.
11.9.12
เมื่อวานนี้ฉันใช้เวลาทำอะไรต่างๆนาๆแบบไม่เร่งรีบมากนัก ไปถึงที่หมายก็ไม่ช้าจนเกินไป ยังพอทันที่จะได้ที่สำหรับวางของดีๆ ระหว่างที่รอแม่จัดการธุระ ฉันก็นอนหลับรออย่างมีความสุขในรถ ^^
.
.
ตื่นมาพร้อมชาเขียววางอยู่ข้างๆ 1 ขวด (แม่น่ารักมาเลย รู้ใจฉันจริงๆ )
.
.
ตื่นแล้ว ทำอะไรดี-คำถามวนเวียนในสมองประมาณสองวิ.
ใช่! ฉันจะลองต่อโมเดลหมี Rilakuma ที่พึ่งโหลดมาเมื่อวาน
.
.
1 ชั่วโมง ผ่านไปกับเจ้าหมีรีแลคเล่นดนตรี ^^
 
 
 
ใช่ค่ะ ฉันต่อได้แค่นั้น มันยังไม่เสร็จเลย แต่ได้เวลาทำงานของฉันแล้ว คงต้องพับเก็บโปรเจคหมีคุมะไว้เท่านี้ก่อน
"ไว้จะกลับมาทำต่อนะเจ้าคุมะ"-ฉันให้สัญญากับเจ้าหมีไว้
 
 
 
 
.
.
 
12.9.12
 
วันใหม่ของฉันเริ่มขึ้นตอน 08.00 น. 
.
วันนี้อากาศร้อนจัง - -"
.
พอทิ้วเดย์แสนเชื่องช้าของฉันผ่านไป เว็ดเดย์อันยุ่งเหยิงก็เข้ามา(ต้องใช้ประโยคนี้อีกรอบ)
.
เริ่มเช้าเร่งๆ ด้วยการพาแม่ไปตามหาสำนักงานขนส่งชลบุรี 
ก็พึ่งจะรู้ว่า สนง. ที่ว่าอยู่ใกล้โรงเรียนนานาชาติรีเจ้นท์(แล้วก็เป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่เห็นโรงเรียนนี้ ใหญ่โตน่าเรียนมากทีเดียว-ในแง่ของการออกแบบอาคาร แต่ที่ตั้ง-ไกลไปนิดอ่ะ)
.
ระหว่างรอแม่ต่อทะเบียนรถ ตัวฉันก็กระโจนเข้าหาชั่วโมงดนตรีของฉันทันที
วันนี้ฉันอยากเล่นเพลง I'm your ของ Jason Mars( เพลงนี้เป็นเพลงแรกที่ฉันทำให้ฉันอยากหัดเล่นอูคูเลเล่)
.
.
ขากลับแวะ 7-11 เพื่อซื้อซิมโทรศัพท์ให้แม่(เบอร์สวยๆที่ช่วยเสริมดวง 0.o"  เอาไว้จะมาเล่ารายละเอียดให้ฟังคราวหน้านะ)
.
ม่ายมี เบอร์สวยที่คุณแม่ของฉันตามหา 
ซิมโทรศัพท์ไม่ได้แต่ได้โออิชิ UHT ติดมือกลับมาแทน
.
"นี่คืออิทธิพลของการ์ตูน"
เอ๊ะ ยังไง 
น้ำชาเขียวกับการ์ตูนวันพีช ?
มันเกี่ยวข้องกันยังไง แล้วอะไรคืออิทธิพลของการ์ตูน
.
สำหรับฉัน...
รูปภาพมันเป็นตัวดึงดูดความสนใจฉันมาก!
ให้ตายสิ ทั้งที่ได้ยิน(เฉพาะเสียง)ในโฆษณาตามทีวีจอสี แต่ฉันไม่เคยคิดจะมองเลย
แต่ตอนนี้ฉันกลับให้ความสนใจต่อชาเขียวที่บรรจุในกล่องยูเอชทีรูปตัวการ์ตูนวันพีช
มีให้เลือกหลายลายด้วย ให้ตายสิ...ต่างรสกันด้วย
แน่นอนรูปตัวละคร(ลูฟี่ ช๊อปปเปอร์ ซานจิ นามิ โซโล อุซป...ไม่รู้มีกี่ลายอ่ะนะ)ที่เคลือบบนกล่องไม่ได้มีผลต่อการตัดสินใจเลือกรสชาติ ฉันหยิบที่รสข้าวญี่ปุ่นทันที โดยไม่ได้สังเกตว่าตัวละครในกล่องคือ โซโล
.
.
"โรโรโนอา โซโล" 
คือใคร...?
ด้านข้างกล่องติดป้ายประกาศจับเอาไว้
พร้อมอธิบายสั้นๆว่า
" นักดาบขาลุยประจำกลุ่มโจรสลัด.... " (ไปหาอ่านกันเองนะคะ ^^")
 
 
.
ฉันพลิกกล่อง พร้อมอ่านรายละเอียดทุกตัวอักษร ดูทุกรูปภาพที่เคลือบบนกล่อง 
.
.
เออ น่าสนใจดีแหะ! โออิชิจ้างใครออกแบบแพคเกจจิ้งคอลเลคชั่นนี้น๊าา อย่างรู้จริง ^^
.
.
ต่อมา...
สมองของฉันกำลังพยายามหาความสัมพันธ์ระหว่าง
โออิชิ กับ วันพีช ชาเขียวกับรูปการ์ตูน....
ความสัมพันธ์มันยังไงกันนะ ไม่น่าจะเกี่ยวกันเลย
แต่เท่าที่รู้มันเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดของแบรนด์น้ำชายี่ห้อนี้
และ มันมาจากญี่ปุ่นเหมือนกัน
และ ชาเขียวกำลังเป็นที่นิยมในบ้านเรา
และ การ์ตูนวันพีชกำลังฮิตในหมู่เด็กวัยรุ่น***
.
.
.
.
.
เดี๋ยวมาเขียนต่อนะ แม่เรียกเราทำงานแล้ว T^T"
 
 
 
*** “วันพีซ (One Piece)” เป็นการ์ตูนยอดฮิตติดอันดับหนึ่งจากเกาะญี่ปุ่นมากว่าสองทศวรรษ เขียนโดยอาจารย์ เออิจิโร่ โอดะ 

Monday not make Money

posted on 10 Sep 2012 17:02 by anniland
10.9.12
 
ฉันชอบวันนี้ที่สุด ^^+
.
.
คนทั่วไปส่วนใหญ่มักจะเกลียดวันจันทร์กันเนื่องจากต้องตื่นมาทำงาน รวมถึงตัวฉันเองสมัยที่ยังใช้ชีวิตเป็นพนักงานตอกบัตร จะว่าไปชีวิตแบบนั้นมันก็ดีไปอีกแบบนะ มันเหมือนการทำอะไรที่เป็นรูปแบบเดิมๆ ซ้ำๆ ทุกวัน คล้ายประโยคที่ว่า ความสวยงามแบบราบเรียบ
.
.
วันนี้ของฉัน เหมือนทุกจันทร์ในหลายสัปดาห์ที่่ผ่านมา ฉันยังคงออกไปซื้อของกับแม่เหมือนเดิม ไปในที่เดิมๆ ทำทุกอย่างคล้ายๆเดิม(ใครว่าอาชีพอิสระน่าตื่นเต้น อาจเพราะว่าฉันชินกับมันไปเองแล้วกระมัง = =")
.
.
วันนี้แม่เลือกจะชวนฉันออกไปซื้อของตอนบ่ายสองโมง(แดดที่นี่แรงมาก! แรงจนฉันจะเป็นลม)
.
.
พอกลับถึงบ้านดูนาฬิกาอีกก็เกือบเย็นแล้ว.....T^T  เวลาผ่านไปเร็วจริงๆยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย
 
วันนี้ฉันขี้เกียจ....
นั่งทำอาร์ตเวิร์คได้ชิ้นเดียว ซึ่งมันไม่น่าภูมิใจนัก (คือดูแล้ว ขนาดตัวเองยังไม่ชอบเลย = =)
.
.
ตามรูปด้านล่างนี้ค่ะ
.
 
 
.
.
แต่แปลกนะ ความสุขที่ได้ใช้เวลานั่งทำมันกลับสูงสวนทางกับความภูมิใจ 55
 
อันที่จริงแล้ว ความสุขของฉันจริงๆอาจจะมาจากความสุขที่ได้ทำอะไรไร้สาระ ทำในสิ่งที่เราชอบ ทำอะไรที่เราอยากทำ ทำในสิ่งที่ไม่รู้สึกกดดัน ไม่ใช่เชิงธุระกิจฯ ก็เป็นได้
.
.
ปล. ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการทำในสิ่งที่ตัวเองรักนะคะ ^^
 

ชั่วโมงดนตรีของฉัน

posted on 09 Sep 2012 09:41 by anniland
9.9.12  
(09:52)
หลังจากทิ้งร้างบล็อคนี้มานาน ตอนนี้ขออัพเดทชีวิตตัวเองซักนิด วันนี้ฉันก้าวมาทำอาชีพอิสระแบบเต็มตัว
(11:56) 
วันนี้ก็เหมือนทุกวัน ไม่ต้องตื่นเช้าเพื่อเข้างาน(ตื่นในเวลาที่อยากตื่น) เช้านี้แดดแรง อากาศต่างจากสองวันที่่านมาอึมครึมทั้งวัน) 
.
.
(คงเพราะไม่ได้เขียนนาน เลยตะกุกตะกักมาก = =" ต่างจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิงเนอะ!)
.
.
ตั้งแต่ฉันย้ายมาอยู่พัทยาใต้ได้เกือบ 5 เดือน ฉันเริ่มชิน เริ่มเข้าใจ เริ่มปรับตัว...แต่ทุกอย่างก็ยังไม่ลงตัว 555
.
วันนี้ทุกอย่างก็เหมือนเดิมๆ ออกไปซื้อของเดิมๆในที่เดิมๆ (เหมือนจะเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่ฉันกลับไม่รู้สึกเบื่อมันเลยซักนิด ^^)
.
.
วันนี้ลืมไปเลยว่าเป็นวันอาทิตย์ ร้านที่เคยไปซื้อของประจำ เค้าปิด-ปิดทุกวันอาทิตย์(เฮ้อ....ฉันกับแม่ถอนหายใจกันเฮือกใหญ่ว่าลืมไปได้ไง T^T พร้อมกับประโยคที่คุ้นหูจากแม่ "เปลืองน้ำมันจัง...รู้อย่างนี้ไม่มาดีกว่า")
หลังจากจัดแจงทำธุระ-ซื้อของ-โอนเงินให้น้องชายเรียบร้อย ก็เข้าสู่ชั่วโมงดนตรีของฉัน(เป็นช่วงเวลาที่ฉันมีความสุขที่สุดแล้วในเวลาจำนวน 24 ชั่วโมงของวันนี้ ^^)
 
ไอ้ชั่วโมงดนตรีที่ว่า ฉันเพิ่งจะจัดสรรเวลาที่มีอยู่อันน้อยนิดขึ้นมา ขออธิบายนิดนึง ฉันคิดว่า ดนตรีมันทำให้คนเรามีความสุข แล้วฉันก็รู้สึกมีความสุขเวลาที่ฉันได้ฟัง-ร้อง-เล่น เพลง/ดนตรี 
.
.
มันคงเป็นเรื่องธรรมดามากสำหรับคนอื่นในการจัดเวลาสำหรับเล่นดนตรี
แต่สำหรับฉันมันต่างจากคนอื่นๆ เพราะฉันเล่นมันบนรถ
.
.
ใช่ค่ะ 
.
.
"ชั่วโมงดนตรีของฉันอยู่ในรถ"
.
.
แรกๆฉันก็คิดว่าฉันบ้า
.
.
แต่มาถึงวันนี้ ฉันชินแล้วและแม่ฉันก็ชินมันซะแล้ว ; )
.
.
สิ่งที่ฉันทำในทุกๆครั้งที่เรา(แม่และฉัน)ออกไปซื้อของ คือ หยิบอูคูเลเล่สุดที่รักขึ้นรถไปด้วย
ฉันจะหยิบอูคมาตีคอร์ดก็ต่อเมื่อฉันว่างจริงๆ 
วันนี้ฉันหัดเล่นเพลง เธอคือของขวัญ ของ สิงโตนำโชค
ฉันหัดเล่นเพลงนี้มาสองครั้งแล้ว (เวลาที่ใช้ในการเล่น/การซ้อม ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 10-15 นาที/ครั้งเท่านั้น)
 
ฉันพยายามถามตัวเองเสมอว่า   "ถ้ามีเวลาแค่นี้ ฉันจะทำ/เล่น อูคไปทำไม"
คำตอบคือ เพราะฉันชอบ ฉันทำแล้วมีความสุขก็เลยทำ
 
แม่มักพูดทุกครั้งที่เห็นฉันเล่นอูคบนรถว่า   "แม่คิดว่าเธอไม่มีออร่าในการเล่นดนตรีเลย"
"บ้านเราเสียงไม่ดี ไม่มีใครร้องเพลงเพราะเลย"
"เหมือนพ่อเธอเลย พ่อทำหน้าเครียดตลอดแต่พอข้นรถชอบเปิดเพลง ไม่เห็นจะเข้ากันเลย"
"เลิกเถอะ อย่าพยายามเลยมันไม่เหมาะกับเธอหรอก"
 
กรรม! แม่ตัดกำลังใจฉันเหลือเกิน ใจร้าย...T^T
แต่ท่านไม่ได้พูดซีเรียสหรือจริงจังหรอก ฉันรู้ ^^
ซึ่งประโยคเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ฉันเลิกเล่นมันหรอก ฉันก็ยังเล่นๆ ฝึกๆไปเรื่อยๆ
ฉันคิดว่าจะเล่นไปเรื่อยๆ จนกว่าแม่จะยอมรับว่าฉันเล่นได้ 
 
ชั่วโมงดนตรีวันนี้ของฉันวันนี้จบลงไวมาก ฉันยังเล่นเพลงนี้ยังไม่เป็นเลย
เพราะยังจับคอร์ดที่เพิ่งเรียนรู้ใหม่ไม่คล่องเท่าที่ควร 
.
.
(12.30)
กลับมาถึงบ้านพร้อมกับการตามอ่านรายละเอียดเรื่อง บัญญัติ 10 ประการ ของงานออกแบบที่ดี – แนวคิดอมตะจาก Dieter Rams

 
ซึ่งเรื่องนี้ฉันตามมาจากทวิตเตอร์ ที่เหล่านักออกแบบในแวดวงการนี้ที่ฉันแอบไปfollowเค้ามาอีกที
เข้าไปอ่านได้นิดหน่อย(คืออ่านผ่านๆ กวาดสายตาเร็วๆ)  
.
.
ฉันพุ่งไปที่ใจความสำคัญ 10 ข้อ ที่ Rams พูดถึง 
พอสรุปได้ว่า Good Design=นวัตกรรม มีประโยชน์ สุจริต สวยงาม ง่าย ไม่น่ารำคาญ ทนทาน ใส่ใจ Eco และสุดท้าย น้อยคือมาก
.
.
มันดีมากที่ฉันได้อ่านเรื่องนี้ มันเป็นแนวคิดที่ดีจริงๆและไม่น่าเชื่อว่าเค้าคิด/พูด เรื่องนี้มาเมื่อ 40 ปีก่อนแล้ว และมันยังใช้ได้กับปัจจุบัน
.
.
ขอบคุณเพื่อนๆในทวิตเตอร์ที่ร่วมแบ่งปันความรู้ดีๆนะคะ ^____^+

รูปแบบที่แตกต่าง

posted on 11 Nov 2010 02:03 by anniland
     
      หลังจากที่ใช้ชีวิตแปลกๆมานาน วันนี้ก็ค่อยๆปรับเปลี่ยนตัวเองทีละเล็กที่ละน้อย วันก่อนเริ่มเปิดโลกใหม่ใบเล็กที่เหมือนว่ามันจะดูวุ่นวายเต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารซึ่งบางอย่างก็(ไร้สาระ)น่าสนใจดีไม่ใช่น้อย วันนี้ก็วันที่สามแล้วแต่ก็ยังไม่ค่อยคุ้นชินกับมันเลย โดยส่วนตัวไม่ชอบอะไรที่วุ่นวาย ก็เลยรู้สึกเฉยๆกับมัน
       
        วันนี้เริ่มขึ้นรถเมล์จนเริ่มชิน เป็นวันแรกที่โดนกระเป๋ารถเมล์ด่า  "น้องๆลงไหน มันเลยป้ายแล้วนะ อุตส่าห์ตะโกนบอกสวนลุมทำไมไม่สนใจ" สรุปnผิดหรือนี่ที่nงง เบลอ นั่งเลยป้าย ทำไมต้องมาด่ายังกะnทำผิดนักหนาอายคนเหอะด่าซะดังเชียว แทบจะกระโดดลงจากรถเมล์ไม่ทัน
       
         เมื่อก่อนไม่เคยขึ้นรถเมล์เลยอ่ะ สารภาพว่าไม่เคยคิดจะขึ้นด้วยซ้ำ(โดยเฉพาะรถลมร้อน!) แต่เดี๋ยวนี้รถอะไรมาก็ขึ้น รถฟรียังขึ้นเลยขอให้มันไปถึงจุดหมายปลายทาง ^^" ตั้งแต่ยากจนนี่รูปแบบการใช้ชีวิตของฉันก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เหอๆบางครั้งทำอะไรที่แตกต่างจากเดิมบ้างมันก็ทำให้ได้อะไรๆใหม่ๆระหว่างทางเยอะแยะเลย^^ มองว่ามันเป็นข้อดีดีกว่า จริงมั๊ย ไม่เชื่อลองนั่งดูดิ จะรู้ว่ามันชิวดีแท้(ถ้ารถไม่ติดมากนะ)
          ด้วยความที่ว่างจัดเลยฟุ้งซ่าน ดีนะที่ยังพอจะหาอะไรทำแก้ขัดได้ ไม่งั้นฉันต้องบ้าตายแน่ๆ ถ้าไม่ได้ทำอะไร

ตัวช่วย

posted on 07 Nov 2010 08:24 by anniland
"ไอ้ตัวช่วย"
         รู้สึกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาฉันเหมาเอาว่าฉันทำหน้าที่นี้ได้ดีทีเดียว ก่อนหน้านี้ฉันมักได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่นมากมาย มาวันนี้ฉันกลายเป็นคนที่คอยให้ความช่วยเหลือคนอื่นได้บ้างแล้ว ฉันรู้สึกดีกับหน้าที่ใหม่ที่กำลังทำอยู่นี้และฉันจะยังคงสภาพนี้ไปต่อไปตราบเท่าที่ยังมีคนต้องการ
          3.11.10 "ภาษานั้นสำคัญไฉน" พาน้องแมวไปบริษัทเกมชื่อดังแห่งหนึ่งที่เป็นกิจการของต่างชาติ น้องแมวยังอ่อนหัดในเรื่องของภาษา ทำให้พลาดการเข้าไปเล่มเกมที่นั่น
          4.11.10  "ต้นแบบที่ต้องพัฒนาต่อ" น้องแมวมีนัดที่บริษัทเกมแห่งหนึ่ง ภายในตกแต่งดีมาก enviโดยรวมน่าอยู่มากมาย รอแมวเกือบสองชั่วโมง แล้วแมวก็คอตกกลับมา แมวบอกว่าสิ่งที่เค้าภูมิใจกับมันมากที่สุดกลับไม่มีค่าสำหรับคนที่นั่นเลย ฉันได้แต่ปลอบใจแมวด้วยการลูบหัวแมวเบาๆ
         5.11.10 "ไม่น่าพามาด้วยเลย" การเข้าเล่นเกมในบริษัทเล็กๆออกแนวgame house อย่างนี้มันก็ดีตรงที่การทำงานอยู่กันอย่างพี่น้อง แต่........ทำไมตัวเลขของค่าตอบแทนมันน้อยจนน่าใจหายขนาดนี้
          6.11.10 "ในเมื่อคนอื่นเขาทำได้ เราก็ต้องทำได้" เมื่อน้องชายของฉันบอกข่าวดีว่า สอบข้อเขียนทุนฝึกงาน IAESTE ได้แล้ว! "ช่วยน้องด้วยล่ะ ไอ้ตัวช่วย"
          วันนี้ฉันรับหน้าที่พิสูจน์อักษร-ออกแบบไอคอนเกม-ทำโปสเตอร์ สัปดาห์หน้ามีอะไรที่ท้าทายความสามารถของฉันรออยู่ ฉันมักพูดกับตัวเองเสมอ เมื่อถึงวันนั้นฉันจะไม่รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ฉันทำในวันนี้

บังเอิญ

posted on 03 Nov 2010 13:11 by anniland

 

       บางครั้งอะไรที่เราพยายามไขว่คว้าทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มันมา แต่ใช่ว่าสิ่งนั้นมันจะดีหรือเหมาะกับเราเสมอไป เราต้องเรียนรู้และปรับตัวกับสิ่งใหม่ๆตลอดเวลา ไม่ว่าอะไรก็ตามเราต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่จะเผชิญมันอย่างมีสติเสมอ
       28otc พาลูกแมวไปบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่งมา พร้อมกับความมั่นใจเต็มร้อย แต่พอผ่านการคุยกับผู้ใหญ่ทั้งสามฝ่ายทำให้ได้คำตอบให้กับตัวเองมากมาย เกิดคำถามตามมาว่าเราเหมาะกับตรงนี้จริงเหรอ! พอผ่านขั้นตอนทดสอบการรีทัชแล้วปรากฎคำตอบที่ตั้งคำถามกับตัวเองตลอดเวลาว่าเราชอบที่จะทำตรงนั้นจริงๆหรือป่าว คำตอบคือ"ไม่"
       29otc ปฏิเสธไป เพราะเหตุผลว่าเราไม่มีความรู้และความชอบทางด้านนั้นโดยตรง
       30otc โอกาสที่ได้มาโดยบังเอิญ ฉันรับโอกาสที่ผู้ใหญ่มอบให้โดยปราศจากความลังเล
       ณ วันนี้ฉันไม่รู้สึกเคว้งเหมือนที่ผ่านมาแล้ว ฉันรู้สึกเบาและตัวฉันเริ่มลอยสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ฉันจะลอยไปถึงไหนกันนะ ข้างบนนั้นจะมีสิ่งที่ฉันต้องการหรือป่าว ถ้าใช่ฉันจะพยายามทำมันให้ดีที่สุดเพื่อที่จะคว้ามันมาเป็นของฉันให้ได้ ฉันสัญญา

nothing changes

posted on 23 Oct 2010 19:01 by anniland

หลังจากหายไปปีกว่าๆ

18 OCT 10 วันนี้ฉันปล่อยโอกาสให้กลายเป็นอากาศ
22 OCT 10 วันนี้ฉันได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่หลายๆคนอีกครั้ง
  • ต้องลองเปลี่ยนความคิดบ้าง ลองมองในมุมอื่นบ้าง
  • เปิดตัวเองรับสิ่งใหม่ๆที่กำลังจะเข้ามา
  • ทำตัวเองให้พร้อมตลอดเวลา

       เพื่อนที่ไม่ได้คุยกันนานกว่า1ปีของฉันบอกว่า "หนึ่งปีที่ผ่านมาเราผ่านอะไรมาเยอะมาก เราเปลียนไปแล้วนะ ความคิดเราโตขึ้นกว่าแต่ก่อน" แล้วฉันล่ะวันนั้นกับวันนี้ต่างกันไหม "เวลาผ่านไปความคิดของฉันยังเกือบจะเหมือนเดิม พอๆกับความเคยชินกับสิ่งที่เปลี่ยนไปจากเดิม"

23 OCT 10 เมื่อวันนั้นมาถึงฉันจะทำให้ดีที่สุดและจะไม่เสียใจ