มองญี่ปุ่นจากศิลปะบนทุ่งข้าว
posted on 30 Aug 2008 02:45 by annilandหมายเหตุ ::: ทำความเข้าใจก่อนอ่าน
-0-น่าสนใจมากสำหรับผู้ที่ไม่เคยรับฟอร์เวิดเมลล์ชิ้นนี้ค่ะ แนะนำให้อ่าน อ่าน อ่าน
![]()
-1-หากคุณเคยได้รับฟอร์เวิดเมลล์ชิ้นนี้แล้ว คุณอาจจะรู้สึกเบื่อหน่ายกับการดูรูปซ้ำซาก เพราะฉันเพียงหยิบรูปมาอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหานี้เท่านั้น และยินดีให้คุณผ่านเลยเนื้อหาชิ้นนี้ได้เลยค่ะ
-2-หากคุณว่างจัด สมองสามารถรับเรื่องราวที่ฉันจะเล่าเพิ่มได้ล่ะก็ สามารถอ่านตั้งแต่บรรทัดแรกลงไปได้เลยคะ
-3- word ข้อความที่แสดงในลักษณะสีเขียวตัวหนา สามารถลิ้งไปยังข้อมูลเว็บไซต์อื่นที่เกี่ยวกับเนื้อหานั้นได้คะ
-4- ขอบคุณผู้อ่านทุกคนนะคะ
.
.
.
.
เล่าเรื่องยัยหัววุ้น -10-
ตอน...มองญี่ปุ่น(ในแง่การจัดการ)ผ่านศิลปะบนทุ่งข้าว [ฟอร์เวิดเมลล์ชิ้นที่สอง]
.
ฟอร์เวิดเมลล์ชิ้นที่สองนี้เดิมทีเคยได้รับจากเพื่อนมาเมื่อปีที่แล้ว วันนี้เป็นครั้งที่สองที่ได้รับข้อมูลแบบเดิมแต่ผู้ส่งเปลี่ยนไปเป็นเจ้าเส เพื่อนในสาขาเออเบิ้นของยัยหัววุ้นนั่นเอง
-มันน่าสนใจยังไงหรือถึงได้นำเอาเรื่องนี้มาอัพลงในบล็อค ?- สำหรับฉันแล้ว ชอบนะ ชอบมากกก
แต่เสียดายที่รูปสวยมากแต่ไร้ซึ่งเสน่ห์ดึงดูด ดูขาดรสชาติและละเลยการบรรยายเพื่อช่วยให้เนื้อหามันน่าอ่าน (เพราะมันไม่มีอะไรเลยอ่ะ นอกจากรูปกับประโยคเดียวที่ว่า RICE Field in Japan...amazing!!...)
-แล้วจะเอามาทำไม ?- ก็รูปมันสวยมากเลยไง จะเอาเก็บไว้ดูเองคนเดียวก็ใช่เรื่อง เสียดายของสวยๆงามๆอยากให้คนอื่นที่ไม่เคยดูได้เห็นบ้างอ่ะคะ ..แล้วอีกอย่าง มันมาจากความสงสัยใคร่อยากของยัยหัววุ้นมันค่ะ มันถามฉันว่า "นี่ๆๆแกๆๆ งานศิลปะบนทุ่งข้าวชิ้นนี้อ่ะ เขาทำทำไม ใครเป็นคนคิด มันอยู่ที่ไหนของญี่ปุ่น ?? แล้วอีกสารพัดคำถามจำไมของยัยหัววุ้น)
งืมๆๆ ในเมื่อได้ลงมือหาข้อมูลเรื่องนี้เพื่ออธิบายให้ยัยสมองวุ้นฟังแล้ว ก็เลยอยากจะเล่าให้เพื่อนๆที่ยังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวงานสร้างสรรค์ไอเดียบรรเจิดชิ้นนี้ของพี่ยุ่นให้ได้ฟังกันค่ะ
---------------------------------------
.
Beautiful Rice Field Art
[Inakadate AOMORI JAPAN]
"นาข้าวซามูไร การจัดการทรัพยากรอย่างสร้างสรรค์"
ทุกคนคงทราบกันอยู่แล้วว่าเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักของบรรพรุษไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันข้าวก็ยังคงเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของเมืองไทย ถ้าให้ทุกคนลองจินตนาการภาพทุ่งนาเนี่ย ทุกคนคงคิดไปถึงภาพทุ่งข้าวสีเขียวผืนใหญ่...
จากภาพที่เห็นข้างบนนี้มันทำให้คุณรู้สึกอย่างไรบ้างค่ะ ??
ทุ่งนาเช่นเดียวกัน แต่ต่างที่ตรงที่มีการแสดงงานศิลปะบนผืนนา จากท้องทุ่งสีเขียวธรรมดาๆ แต่พี่ยุ่น แห่งแดนซามูไร กลับแปลงผืนนาให้เสมือนว่าเป็นผืนผ้าสีเขียว แล้วทำการแต่งแต้มสีสันให้เป็นภาพเขียนที่สวยงาม...โดยใช้เทคนิคการจัดองค์ประกอบภาพและการรังสรรค์งานออกมาจากการเลือกใช้พืชพันธุ์ที่ต่างสีกันมาปลูกสลับกับต้นข้าว...
ทุ่งกว้างแห่งนี้อาจจะเปรียบดังมิวเซียมขนาดใหญ่ ที่มีลักษณะ OPEN AIR และมีงานศิลปะขนาดใหญ่อวดแก่สายตาชาวโลก ซึ่งจัดทำเพื่อระลึกถึงศิลปินคนดัง Shiko Munakata เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี คุณชิโกะ เป็นศิลปินท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง (1903-1975) งานของเขาเป็นการทาสีลงบนไม้(หรือที่เรียกว่า woodblock) เค้าโด่งดังขนาดที่ว่ามีคนสะสมงานของคุณชิโกะไปรอบโลกเลยนะคะ
นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงศิลปะบนทุ่งนาอย่างนี้ทุกปีเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เมือง Inakadate:หมู่บ้านของวัฒนธรรมพืชข้าว แห่งจังหวัดอะโอะโมริ(เป็นประตูสู่เกาะฮอกไกโด)
เหนือไปกว่าการอวดผลงานเค้ายังคิดไปถึงการถ่ายทอดมรดกล้ำค่าเหล่านี้สู่คนรุ่นหลังเพื่อเป็นการรักษาประเพณีและวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นเอาไว้ให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษากัน
มาดูกระบวนการสร้างงานศิลปะบนผืนนากันดีกว่าค่ะ
ขั้นตอนที่ 1 เคลียร์พื้นที่ เห็นเค้าบอกว่าเป็นการร่วมมือของคนในชุมชนกว่า 600 คน ช่วยกันทำค่ะ (เอ๋..บ้านเราเค้าเรียก "ลงแขก" หรือป่าวน๊ะ แต่นั่นมันเพื่อเกี่ยวข้าวมิใช่ฤา
หรือเอามาใช้ในกรณีร่วมแรงกันอย่างนี้ได้ งง..
![]()
ขั้นตอนที่ 2 ร่างภาพ
![]()
ขั้นตอนที่ 3 กำหนดสีสันของพืชพันธ์กับพื้นที่
![]()
ขั้นตอนที่ 4 ลงมือปลูกพืชตามเส้นร่าง
![]()
เริ่มเห็นเป็นรูปร่างแล้วใช่ไหมคะ
![]()
ชัดเจนแล้ว
![]()
![]()
หลังจากเก็บรายละเอียดทุกส่วนก็จะได้งานที่ศิลปะที่สวยงามบนผืนนาแล้วค่ะ
![]()
![]()
มาดูภาพวาดอีกชิ้นกันบ้างค่ะ (เปลี่ยนมุมกันๆ)
ไม่ว่าจะมองจากมุมใดงานศิลปะบนผืนนาทุกชิ้นก็สวยทุกมุมองเลยจริงๆ
![]()
![]()
เอามาลองเปรียบเทียบกับออริจินอลเวอร์ชั่น. ของคุณชิโกะ โห..ตัดสินไม่ได้เลยว่าอันไหนสวยกว่ากัน งามจริงๆ
.
นอกจากการสร้างศิลปะบนทุ่งข้าวเลียนแบบจากงานของคุณชิโกะแล้ว เขายังมีการวาดเป็นรูปอื่นๆอีกด้วยนะคะ มาดูกันเลย...
![]()
![]()
![]()
![]()
แอบทำเป็นรูปสาวสวยโมนาลิซ่าด้วยแฮะ
![]()
.
.
.
.
ดูงานเหล่านี้แล้วทำฉันย้อนมาคิดถึงหลายๆเรื่อง เกิดคำถามขึ้นหลายอย่าง ในแง่ของการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่...คุณผู้อ่านกำลังคิดเรื่องเดียวกันกับที่ฉันคิดหรือป่าวนะ
![]()
.
การจัดการทุน(ที่มีอยู่)อย่างสร้างสรรค์
จากการไปสัมผัสวิถีความเป็นญี่ปุ่นมา(แม้จะแค่ช่วงระยะสั้นๆ) ทำให้ฉันได้รับรู้อะไรหลายอย่าง ขณะเดี่ยวกันฉันก็รู้สึกชื่นชมวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนที่นั่น ในแง่ของการพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็ว การเติบโตของพี่เค้า(คนญี่ปุ่น) ก็ไม่ได้โตแบบถูกชาติตะวันตกครอบงำอย่างไร้ความคิด แต่เป็นการโตที่ไม่ทิ้งศิลปะ ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามที่ตนเองมีอยู่ นี่แหละคือสิ่งที่เขามีแต่เรากลับขาด(ละเลย เผลอเรอ มีแต่รับเอามาโดยไม่คิด...หรือ....)
ข้าวของเครื่องใช้ อาหาร เครื่องดื่ม บ้านเรือน ถนนหนทาง ทุกอย่างล้วนต้องผ่านการดีไซน์ที่สวยงาม แล้วมีหรือที่ผืนนาเขาจะปล่อยให้โล่งว่างไร้ซึ่งการแต่งเติม
จากภาพงานศิลปะที่เห็น คือการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ที่อาศัยภูมิปัญญาของท้องถิ่น ผสานกับกับภูมิปัญญาสากล(การจัดการองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการปลูกข้าว ของประเทศชั้นนำเขาทำกัน) โดยมีการเรียนรู้เป็นหัวใจสำคัญ มีการพึ่งพาตนเอง ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายสุดยอด...The Best Practice!!!
การปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตสูง(ตอบสนองความต้องการด้านปริมาณและขนาด) นั้นดูเหมือนว่าจะกลายเป็นเรื่องธรรมดา(สำหรับชาวนาในญี่ปุ่น) เพราะเขาได้เรียนรู้อย่างรอบด้าน จนเกิดทักษะความชำนาญ ไม่มีอะไรจะหยุดยั้งแนวคิดสร้างสรรค์บนผืนนา ของชาวนาหัวก้าวหน้ากลุ่มนี้ได้...
บทสรุป คือ ชาวนาแสนฉลาดแห่งเมืองอินากาดาเตะนี้ สามารถจัดการทุนของตนเองอย่างสร้างสรรค์ จนได้องค์ความรู้ใหม่ที่เป็นเลิศ ..."...ลองจินตนาการดูสิว่า ถ้าเมืองไทยปลูกข้าวก่ำผสมกับข้าวดอ พันธุ์ข้าวอีกหลายชนิด สลับสองแถว สามแถวขึ้นไปเป็นรูปร่างได้ โดยเฉพาะข้าวไร่บนดอย ถ้าทำได้สิ่งนี้ก็นับว่าเป็นสุดยอดของการจัดการองค์ความรู้ได้เช่นกัน ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน คล้ายกับ ทุ่งทานตะวันที่คนนิยมไปเที่ยวกัน ..."
แต่การปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตไว้บริโภคโดยไร้ซึ่งโรค แมลง และไม่ใช้สารเคมี แค่นี้ก็น่าจะยากเกินพอสำหรับชาวนาบ้านเราแล้ว
จะมีอะไรไปสู้เค้าล่ะเนี่ย ถ้างั้นก็อย่าเลย อย่าไปแข่งกับเขาเลย(อย่า ในที่ไม่นี้ไม่ใช่หยุด ให้พัฒนาตัวเองต่อไปเพื่อตนเอง ไม่ใช่เพื่อแข่งกับใคร) และเราควรอยู่อย่างพอเพียง เดินตามรอยพ่อบอกก็น่าจะเพียงพอแล้วเนอะ...
![]()
ปล.ทุ่งนาบ้านเราจริงๆแล้วมันก็ดูสวยดีเหมือนกันนะคะ ไม่ต้องไปแต่งเติมเสริมอะไรก็ได้ ชิลๆดี นึกแล้วก็อยากกลับบ้านนอกจัง~ ( หุหุ แอบหลงเมืองกรุง ภาระกิจติดเรียน ตอนนี้สำนึกรักบ้านเกิดแล้วจ้า หม่าม๊าหนูอยากกลับบ้านนนน
)
.
.-จบแล่ว-

credit & more thank
-
การจัดการทุน(นาข้าว)อย่างสร้างสรรค์ โดย คุณ ธีรกานต์ฯ
แต่เสียดายที่รูปสวยมากแต่ไร้ซึ่งเสน่ห์ดึงดูด ดูขาดรสชาติและละเลยการบรรยายเพื่อช่วยให้เนื้อหามันน่าอ่าน (เพราะมันไม่มีอะไรเลยอ่ะ นอกจากรูปกับประโยคเดียวที่ว่า RICE Field in Japan...amazing!!...)
ทุ่งกว้างแห่งนี้อาจจะเปรียบดังมิวเซียมขนาดใหญ่ ที่มีลักษณะ OPEN AIR และมีงานศิลปะขนาดใหญ่อวดแก่สายตาชาวโลก ซึ่งจัดทำเพื่อระลึกถึงศิลปินคนดัง Shiko Munakata เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี คุณชิโกะ เป็นศิลปินท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง (1903-1975) งานของเขาเป็นการทาสีลงบนไม้(หรือที่เรียกว่า woodblock) เค้าโด่งดังขนาดที่ว่ามีคนสะสมงานของคุณชิโกะไปรอบโลกเลยนะคะ
ขั้นตอนที่ 1 เคลียร์พื้นที่ เห็นเค้าบอกว่าเป็นการร่วมมือของคนในชุมชนกว่า 600 คน ช่วยกันทำค่ะ (เอ๋..บ้านเราเค้าเรียก "ลงแขก" หรือป่าวน๊ะ แต่นั่นมันเพื่อเกี่ยวข้าวมิใช่ฤา
หรือเอามาใช้ในกรณีร่วมแรงกันอย่างนี้ได้ งง..
ไม่ว่าจะมองจากมุมใดงานศิลปะบนผืนนาทุกชิ้นก็สวยทุกมุมองเลยจริงๆ
[ณ เวลานี้] ยัยหัววุ้นรู้อย่างเดียวว่า อย่างน้อยกูเกิ้ลก็ไม่ใช่พระเจ้าในเวลาทำงานหรอก เพราะทุกครั้งในการป้อนคำสั่ง และทุกคำค้นที่มาจากวุ้นน้อยๆในหัวของยัยหัววุ้นนั้น ถูกโปรเซสข้อมูลที่เกี่ยวข้องออกมาซักสามแสนเว็บ(เว่อร์ไปมั๊งคุณ^^") บางเว็บที่ขึ้นมาก็ไม่ได้เกี่ยวเร้ยยย
• ค้นหาโดยระบุคำสั่งพิเศษ


)

พร้อมกับหนังสือหนึ่งเล่ม เธอดีใจมากกับการได้มาซึ่งหนังสือเล่มนี้ เนื่องจากมันเป็นหนังสือของ เควิน ลินท์ ที่เธอสนใจอยู่ในเวลานี้ โหยยย พระเจ้า ~!!!ยัยหัววุ้นถึงกับอุทาน
เพราะหลายวันที่ผ่านมา เธอกำลังหมกหมุนอยู่กับการค้นหาหนังสือดังกล่าว
ยัยหัววุ้นขอร้องให้ฉันทำตาม

.mht!http://www.tcdc.or.th/p/logo_tcdc.gif)






















