หมายเหตุ ::: ทำความเข้าใจก่อนอ่าน

 

-0-น่าสนใจมากสำหรับผู้ที่ไม่เคยรับฟอร์เวิดเมลล์ชิ้นนี้ค่ะ แนะนำให้อ่าน อ่าน อ่าน

-1-หากคุณเคยได้รับฟอร์เวิดเมลล์ชิ้นนี้แล้ว คุณอาจจะรู้สึกเบื่อหน่ายกับการดูรูปซ้ำซาก เพราะฉันเพียงหยิบรูปมาอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหานี้เท่านั้น  และยินดีให้คุณผ่านเลยเนื้อหาชิ้นนี้ได้เลยค่ะ 

-2-หากคุณว่างจัด สมองสามารถรับเรื่องราวที่ฉันจะเล่าเพิ่มได้ล่ะก็ สามารถอ่านตั้งแต่บรรทัดแรกลงไปได้เลยคะ

-3- word ข้อความที่แสดงในลักษณะสีเขียวตัวหนา สามารถลิ้งไปยังข้อมูลเว็บไซต์อื่นที่เกี่ยวกับเนื้อหานั้นได้คะ

-4- ขอบคุณผู้อ่านทุกคนนะคะ

.

.

.

.

 

เล่าเรื่องยัยหัววุ้น -10-

ตอน...มองญี่ปุ่น(ในแง่การจัดการ)ผ่านศิลปะบนทุ่งข้าว [ฟอร์เวิดเมลล์ชิ้นที่สอง]

 .

         ฟอร์เวิดเมลล์ชิ้นที่สองนี้เดิมทีเคยได้รับจากเพื่อนมาเมื่อปีที่แล้ว วันนี้เป็นครั้งที่สองที่ได้รับข้อมูลแบบเดิมแต่ผู้ส่งเปลี่ยนไปเป็นเจ้าเส เพื่อนในสาขาเออเบิ้นของยัยหัววุ้นนั่นเอง

-มันน่าสนใจยังไงหรือถึงได้นำเอาเรื่องนี้มาอัพลงในบล็อค ?-  สำหรับฉันแล้ว ชอบนะ ชอบมากกกแต่เสียดายที่รูปสวยมากแต่ไร้ซึ่งเสน่ห์ดึงดูด  ดูขาดรสชาติและละเลยการบรรยายเพื่อช่วยให้เนื้อหามันน่าอ่าน (เพราะมันไม่มีอะไรเลยอ่ะ นอกจากรูปกับประโยคเดียวที่ว่า RICE Field in Japan...amazing!!...)

-แล้วจะเอามาทำไม ?-  ก็รูปมันสวยมากเลยไง จะเอาเก็บไว้ดูเองคนเดียวก็ใช่เรื่อง เสียดายของสวยๆงามๆอยากให้คนอื่นที่ไม่เคยดูได้เห็นบ้างอ่ะคะ ..แล้วอีกอย่าง มันมาจากความสงสัยใคร่อยากของยัยหัววุ้นมันค่ะ มันถามฉันว่า "นี่ๆๆแกๆๆ งานศิลปะบนทุ่งข้าวชิ้นนี้อ่ะ เขาทำทำไม ใครเป็นคนคิด มันอยู่ที่ไหนของญี่ปุ่น ?? แล้วอีกสารพัดคำถามจำไมของยัยหัววุ้น)

งืมๆๆ ในเมื่อได้ลงมือหาข้อมูลเรื่องนี้เพื่ออธิบายให้ยัยสมองวุ้นฟังแล้ว ก็เลยอยากจะเล่าให้เพื่อนๆที่ยังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวงานสร้างสรรค์ไอเดียบรรเจิดชิ้นนี้ของพี่ยุ่นให้ได้ฟังกันค่ะ

 

 ---------------------------------------

.

Beautiful Rice Field Art

[Inakadate AOMORI JAPAN]

"นาข้าวซามูไร การจัดการทรัพยากรอย่างสร้างสรรค์"

 

        ทุกคนคงทราบกันอยู่แล้วว่าเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลักของบรรพรุษไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันข้าวก็ยังคงเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของเมืองไทย ถ้าให้ทุกคนลองจินตนาการภาพทุ่งนาเนี่ย ทุกคนคงคิดไปถึงภาพทุ่งข้าวสีเขียวผืนใหญ่...

 

Beautiful Rice Field Art<br> 1

 

จากภาพที่เห็นข้างบนนี้มันทำให้คุณรู้สึกอย่างไรบ้างค่ะ ??

ทุ่งนาเช่นเดียวกัน แต่ต่างที่ตรงที่มีการแสดงงานศิลปะบนผืนนา  จากท้องทุ่งสีเขียวธรรมดาๆ แต่พี่ยุ่น แห่งแดนซามูไร กลับแปลงผืนนาให้เสมือนว่าเป็นผืนผ้าสีเขียว แล้วทำการแต่งแต้มสีสันให้เป็นภาพเขียนที่สวยงาม...โดยใช้เทคนิคการจัดองค์ประกอบภาพและการรังสรรค์งานออกมาจากการเลือกใช้พืชพันธุ์ที่ต่างสีกันมาปลูกสลับกับต้นข้าว...

ทุ่งกว้างแห่งนี้อาจจะเปรียบดังมิวเซียมขนาดใหญ่ ที่มีลักษณะ OPEN AIR และมีงานศิลปะขนาดใหญ่อวดแก่สายตาชาวโลก ซึ่งจัดทำเพื่อระลึกถึงศิลปินคนดัง Shiko Munakata เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี คุณชิโกะ เป็นศิลปินท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง (1903-1975) งานของเขาเป็นการทาสีลงบนไม้(หรือที่เรียกว่า woodblock) เค้าโด่งดังขนาดที่ว่ามีคนสะสมงานของคุณชิโกะไปรอบโลกเลยนะคะ

นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงศิลปะบนทุ่งนาอย่างนี้ทุกปีเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เมือง Inakadate:หมู่บ้านของวัฒนธรรมพืชข้าว แห่งจังหวัดอะโอะโมริ(เป็นประตูสู่เกาะฮอกไกโด)

 

เหนือไปกว่าการอวดผลงานเค้ายังคิดไปถึงการถ่ายทอดมรดกล้ำค่าเหล่านี้สู่คนรุ่นหลังเพื่อเป็นการรักษาประเพณีและวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นเอาไว้ให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษากัน

มาดูกระบวนการสร้างงานศิลปะบนผืนนากันดีกว่าค่ะ

 

Beautiful Rice Field Art 2ขั้นตอนที่ 1 เคลียร์พื้นที่ เห็นเค้าบอกว่าเป็นการร่วมมือของคนในชุมชนกว่า 600 คน ช่วยกันทำค่ะ (เอ๋..บ้านเราเค้าเรียก "ลงแขก" หรือป่าวน๊ะ แต่นั่นมันเพื่อเกี่ยวข้าวมิใช่ฤา  หรือเอามาใช้ในกรณีร่วมแรงกันอย่างนี้ได้ งง..

Beautiful Rice Field Art 3

ขั้นตอนที่ 2 ร่างภาพ

Beautiful Rice Field Art 4

ขั้นตอนที่ 3 กำหนดสีสันของพืชพันธ์กับพื้นที่ 

Beautiful Rice Field Art  5

 ขั้นตอนที่ 4 ลงมือปลูกพืชตามเส้นร่าง

Beautiful Rice Field Art   6

 เริ่มเห็นเป็นรูปร่างแล้วใช่ไหมคะ

Beautiful Rice Field Art  7

ชัดเจนแล้ว

Beautiful Rice Field Art  8

หลังจากเก็บรายละเอียดทุกส่วนก็จะได้งานที่ศิลปะที่สวยงามบนผืนนาแล้วค่ะ

Beautiful Rice Field Art  11

มาดูภาพวาดอีกชิ้นกันบ้างค่ะ (เปลี่ยนมุมกันๆ)

Beautiful Rice Field Art  12 ไม่ว่าจะมองจากมุมใดงานศิลปะบนผืนนาทุกชิ้นก็สวยทุกมุมองเลยจริงๆ

hokusai.jpg

เอามาลองเปรียบเทียบกับออริจินอลเวอร์ชั่น. ของคุณชิโกะ โห..ตัดสินไม่ได้เลยว่าอันไหนสวยกว่ากัน งามจริงๆ

 .

นอกจากการสร้างศิลปะบนทุ่งข้าวเลียนแบบจากงานของคุณชิโกะแล้ว เขายังมีการวาดเป็นรูปอื่นๆอีกด้วยนะคะ มาดูกันเลย...

Beautiful Rice Field Art  13

 

Beautiful Rice Field Art  14

Beautiful Rice Field Art 16

Beautiful Rice Field Art 17

แอบทำเป็นรูปสาวสวยโมนาลิซ่าด้วยแฮะ

.

.

.

.

ดูงานเหล่านี้แล้วทำฉันย้อนมาคิดถึงหลายๆเรื่อง เกิดคำถามขึ้นหลายอย่าง ในแง่ของการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่...คุณผู้อ่านกำลังคิดเรื่องเดียวกันกับที่ฉันคิดหรือป่าวนะ 

.

การจัดการทุน(ที่มีอยู่)อย่างสร้างสรรค์

           จากการไปสัมผัสวิถีความเป็นญี่ปุ่นมา(แม้จะแค่ช่วงระยะสั้นๆ) ทำให้ฉันได้รับรู้อะไรหลายอย่าง ขณะเดี่ยวกันฉันก็รู้สึกชื่นชมวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนที่นั่น ในแง่ของการพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็ว การเติบโตของพี่เค้า(คนญี่ปุ่น) ก็ไม่ได้โตแบบถูกชาติตะวันตกครอบงำอย่างไร้ความคิด แต่เป็นการโตที่ไม่ทิ้งศิลปะ ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามที่ตนเองมีอยู่ นี่แหละคือสิ่งที่เขามีแต่เรากลับขาด(ละเลย เผลอเรอ มีแต่รับเอามาโดยไม่คิด...หรือ....)

          ข้าวของเครื่องใช้ อาหาร เครื่องดื่ม บ้านเรือน ถนนหนทาง ทุกอย่างล้วนต้องผ่านการดีไซน์ที่สวยงาม แล้วมีหรือที่ผืนนาเขาจะปล่อยให้โล่งว่างไร้ซึ่งการแต่งเติม
          จากภาพงานศิลปะที่เห็น คือการสร้างสรรค์สิ่งใหม่  ที่อาศัยภูมิปัญญาของท้องถิ่น ผสานกับกับภูมิปัญญาสากล(การจัดการองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการปลูกข้าว ของประเทศชั้นนำเขาทำกัน) โดยมีการเรียนรู้เป็นหัวใจสำคัญ  มีการพึ่งพาตนเอง ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายสุดยอด...

The Best  Practice!!!

          การปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตสูง(ตอบสนองความต้องการด้านปริมาณและขนาด)  นั้นดูเหมือนว่าจะกลายเป็นเรื่องธรรมดา(สำหรับชาวนาในญี่ปุ่น)  เพราะเขาได้เรียนรู้อย่างรอบด้าน จนเกิดทักษะความชำนาญ ไม่มีอะไรจะหยุดยั้งแนวคิดสร้างสรรค์บนผืนนา ของชาวนาหัวก้าวหน้ากลุ่มนี้ได้... 
          บทสรุป  คือ ชาวนาแสนฉลาดแห่งเมืองอินากาดาเตะนี้ สามารถจัดการทุนของตนเองอย่างสร้างสรรค์ จนได้องค์ความรู้ใหม่ที่เป็นเลิศ ...

"...ลองจินตนาการดูสิว่า ถ้าเมืองไทยปลูกข้าวก่ำผสมกับข้าวดอ พันธุ์ข้าวอีกหลายชนิด  สลับสองแถว สามแถวขึ้นไปเป็นรูปร่างได้ โดยเฉพาะข้าวไร่บนดอย  ถ้าทำได้สิ่งนี้ก็นับว่าเป็นสุดยอดของการจัดการองค์ความรู้ได้เช่นกัน   ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน คล้ายกับ ทุ่งทานตะวันที่คนนิยมไปเที่ยวกัน ..." 

           แต่การปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตไว้บริโภคโดยไร้ซึ่งโรค แมลง และไม่ใช้สารเคมี แค่นี้ก็น่าจะยากเกินพอสำหรับชาวนาบ้านเราแล้ว

            จะมีอะไรไปสู้เค้าล่ะเนี่ย ถ้างั้นก็อย่าเลย อย่าไปแข่งกับเขาเลย(อย่า ในที่ไม่นี้ไม่ใช่หยุด ให้พัฒนาตัวเองต่อไปเพื่อตนเอง ไม่ใช่เพื่อแข่งกับใคร) และเราควรอยู่อย่างพอเพียง เดินตามรอยพ่อบอกก็น่าจะเพียงพอแล้วเนอะ...

 

ปล.ทุ่งนาบ้านเราจริงๆแล้วมันก็ดูสวยดีเหมือนกันนะคะ ไม่ต้องไปแต่งเติมเสริมอะไรก็ได้ ชิลๆดี นึกแล้วก็อยากกลับบ้านนอกจัง~ ( หุหุ แอบหลงเมืองกรุง ภาระกิจติดเรียน ตอนนี้สำนึกรักบ้านเกิดแล้วจ้า หม่าม๊าหนูอยากกลับบ้านนนน)

 

.

.-จบแล่ว-

Aerial view of Munakata's artHerd's 'Flyover Country'

 

credit & more thank

 

 ถึง...คุณหอยทากและทุกคนที่เข้ามาอ่านเรื่องของฉัน หรือแม้แต่เพียงผู้ผ่านเลยโดยบังเอิญ

"ขอบคุณนะคะ ขอบคุณที่สนใจสิ่งเล็กน้อยอย่างฉัน วันนี้ฉันยังคงตัวเล็กและบอบบางสำหรับโลกใบนี้ แต่สักวันฉันจะเปลี่ยนแปลง(ไปในทางที่ดีขึ้น) ขอบคุณที่เข้าอ่าน ที่ผ่านมาเรื่องที่เขียนส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่ตัวฉันเองสนใจเป็นพิเศษ วันนี้เลยลองเอาเรื่องเบาหวิวมาเขียนบ้าง ต่อไปจะหัดเขียนการ์ตูน ไม่ได้ตามเทรนนะคะ อยากลองเฉยๆ เผื่อว่ามันจะน่าอ่าน^^"

 .

.

 "สำหรับฉันนั้น ฉันรู้ตัวเองดีว่าฉันไม่มีพรสวรรค์ทางด้านงานเขียนแต่อย่างใด"

....วันนี้ได้แต่พยายาม....

 

 

 

 

เล่าเรื่องยัยหัววุ้น -9-

ตอน...ความสุขเล็กน้อยกับโลโก้ตัวใหม่ของยัยหัววุ๊น

 

 

.

 

 

 

 เมื่อวานยัยหัววุ้นเล่าให้ฉันฟังด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น(ราวกับว่าสิ่งที่จะเล่านั้นมันสำคัญมากสุดๆสำหรับเธอ)  เรื่องอะไรหรือทำไมมันถึงทำให้สารอะดีนาลินในตัวยัยหัววุ้นหลั่งไปทั่วร่างจนแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดขนาดนี้....

"เธอๆๆ เมื่อวานช้านอ่ะ ช้าน...ชั้นๆๆ...ชั้นได้ขึ้น Hot posts อีกแล้ว...."

"งืมๆๆ"  ฉันพยักหน้าพร้อมกับฟังคำบรรยายที่พรั่งพรูจากอาการดีใจเว่อร์ของยัยหัววุ้น

 

เวลาผ่านไป...(จากเมื่อวานจนถึงวันนี้ ณ เวลา 23:00 น.)

(โลโก้ตัวใหม่ของยัยหัววุ้น แบบที่1ค่ะ) create by เจ้าหยง
 ........

"เธอๆฉันตกจาก Hot post แล้วง่ะ  ตกไปตะกี้นี้เอง....TT^TT" ยัยหัววุ้นเล่าด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ

"เจ็บมากมั๊ย...อิอิ" เจ้าหยง เพื่อนของยัยหัววุ้นถาม

"ชิๆๆ ไม่เป็นไร ชิล..ชิล..เดี่ยวคราวหน้าพยายามใหม่อีกครั้ง มันจะต้องได้ขึ้นอีกสิ เฮ้อ~~" ยัยหัววุ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงอู้อี้ เนื่องจากมันยากนะ กว่าจะขึ้น Hot posts ได้เนี่ย..!!

 

(โลโก้ตัวใหม่ของยัยหัววุ้น แบบที่2ค่ะ) create by เจ้าหยง
........
.

 

ยัยหัววุ้นเล่าให้ฉันฟังว่าการที่เธอได้ขึ้น Hotposts ถึง 2 ครั้ง มันทำให้เธอดีใจมาก นับจากวันแรกเลยที่ยัยหัววุ้นเริ่มเขียนมาถึงเวลานี้ก็ 18 วันแล้วค่ะ

 .
.
.
ยัยหัววุ้นเล่าต่อว่า ชอบเขียน(ถึงมันจะไร้สาระไม่น่าอ่านก็เหอะ) ผลที่ออกมามันจะเป็นยังไงก็ช่าง แต่ถ้าเรื่องนั้นมีคนเข้ามาดูหรือทิ้งคอมเม้นต่างๆ ร่วมแสดงความเห็นกับเรื่องที่เธอเขียน แค่นี้ก็เกินความคาดหมายแล้ว รู้สึกดีใจทุกครั้งถ้าเปิดเข้ามาแล้วเห็นมีคนมาเม้น ไม่รู้ว่าคนอื่นจะเป็นอย่ายัยหัววุ้นของฉันหรือป่าวนะคะ^^"
 .
 .
.
แต่ฉันรู้สึกว่าไอ้นี่นี่มันถ้าได้ลองรักหรือตั้งใจทำอะไรเข้าแล้ว มันจะทำเต็มที่สุดๆ จนบางครั้งฉันบอกให้มันพอเถอะ..อย่าฝืนเลย... เหนื่อยบ้างมั๊ย...ทำแล้วได้ไร...เงินก็ไม่ได้...??
 .
.
.
ที่ฉันพูดอย่างนั้นก็เพื่อให้ยัยหัววุ้นหาเวลาพักผ่อนบ้างคะ เพราะช่วงนี้เธอร่างกายค่อนข้างอ่อนแอ ป่วยบ่อย ถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาล...เวรกรรมจริงๆ
เกิดคำถาม..ว่าสิ่งที่ยัยหัววุ้นทำนั้นเพื่ออะไร...??
 .
.
ใช่แล้วอะไรหรือ..??
"ความสุข"
 .
.
.
สิ่งนั้นเรียกว่าความสุขของยัยหัววุ้นคะ
เธอรักในสิ่งที่ทำ ทุกอย่างที่เธอทำด้วยใจรัก เธอบอกกับฉันว่าคนเรา เมื่อมีใจรักแล้วความสุขก็จะตามมาเสมอ...และวันนี้ยัยหัววุ้นบอกกับฉันว่าเธอพบแล้วค่ะ
 .
.
ความสุขเล็กๆน้อยๆแต่ช่างงดงามและน่าจดจำเหลือเกิน
.
"ขอบคุณทุกสิ่งที่ทำให้ฉันได้พบกับความสุขเหล่านี้" ยัยหัววุ้น
.
.
.
ส่วนวันข้างหน้านั้น ยัยหัววุ้นบอกว่ายังไม่รู้ว่าจะมีเวลามาอัพบล็อคอีกหรือป่าว แค่นี้เวลาก็เหลือน้อยเต็มที แค่งานแต่ละวิชาที่จารย์ทั้งหลายกระหน่ำสั่งทุกวันๆก็ทำแทบจะไม่ทันอยู่แล้ว..เฮ้อ
นี่หรือชีวิตมหาลัย' ปีสี่
นี่หรือรสชาติของช่วงปีสุดท้ายที่ยัยหัววุ้นต้องเจอ...
เหลือเวลาอีกไม่ถึงหกเดือน ฉันก็จะจบแล้ว รู้สึกยังไม่คุ้มเลยอ่ะ ขอต่อเวลาอีกได้หรือป่าว ได้แต่พึมพำกับตัวเองทั้งที่ในใจก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้กับสิ่งที่ต้องการ
 .
.
.
อ่อ..เกือบลืมไปเลย อีกเรื่องที่น่าดีใจไม่แพ้กันคือเจ้าโลโก้ตัวใหม่ที่เจ้าหยงออกแบให้สองตัวนี้คะ น่ารักมาก อิอิ ขอบคุณนะคะ
 .
.
.
วันนี้ฉันดีใจ
.
.
ขอบคุณที่วันนี้ฉันได้เจอพวกคุณทุกคน
.
.
.
ขอบคุณเก้าอี้ ขอบคุณโต๊ะ ขอบคุณตึกเรียน ขอบคุณคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง ขอบคุณมหาวิทยาลัยที่ฉันเรียนอยู่ ขอบคุณเซเว่น ขอบคุณเพื่อนๆพีๆน้องๆ ขอบคุณคุณคนขับรถแท็กซี่ทุกคน ขอบคุณป๊ากะหม่าม้า ฯลฯ  ได้แต่ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ...
 .
.
.
.
จาก...บางส่วนของความรู้สึก"ยัยหัววุ้น"
....
...
..
.
.
.
.
.
ป.ล. วันนี้ออกแนวไร้สาระ เวิ่นเว้อไป...อย่าไปสนใจมันคะ คราวหน้าถ้ามีเรื่องดีๆมี่สาระจะนำมาฝากเพือนอีกนะคะ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับสิ่งที่ทำค่ะ ^^+
. . .
รัก
"ยัยหัววุ้น"

 

 หมายเหตุ ::: ทำความเข้าใจก่อนอ่าน

-0- บ่นไปเล่าไป อย่าสนใจมันเลย...

-1-  หากไม่สนใจเรื่องราวของสัตว์ป่าสงวน กรุณา(ให้คุณ)ข้ามเนื้อหานี้ไป

-2-  มีถ้อยคำที่หมิ่นเหม่ สุภาพแบบไม่ปกติ

-3-  ข้อความ  ที่เป็นสีแสดสามารถคลิ๊กลิ้งค์ไปยังเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นได้ เป็นการให้รายละเอียดเพิ่มเติม

-4-  เพราะเออเบิ้นเรียนจับฉ่ายเกินไป ฉันจึงจำเป็นต้องเข้าใจสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น

 

 

เล่าเรื่องยัยหัววุ้น-8-

ตอน...ระเบิดสมองเรื่องสัตว์-สัตว์(โปรดใช้วิจารณาญานในการอ่าน)

 

-บทนำ-

สืบเนื่องจาก ความจับฉ่ายและไม่ลงตัวของหลักสูตรที่เรียน(ยัยหัววุ้นเลยกลายเป็นหนูทดลองหลักสูตรฉบับ(พร้อมปรับเพื่อเปลี่ยน)นี้ไปโดยปริยาย

....บอกได้คำเดียวว่าเนื้อหาที่ต้องเรียนมันไม่ ชิล เลยอ่ะ....แบบ....น่าเบื่อ ชวนง่วงเป็นที่สุด (ไม่รู้ว่าเพื่อนในคลาสเขาจะคิดเหมือนยัยหัววุ้นหรือป่าวนะ)

 เทอมนี้มีสองวิชาที่จะต้องบูรณาการข้อมูลกับคณะอื่น...

วันก่อนยัยหัววุ้นเรียนวิชา Envi [Environtmental & Management in Planning ] วิชานี้เป็นการอินทิเกรต(บูรณาการ)ความรู้ของศาสตร์ด้านวิทย์-สิ่งแวดล้อม ให้เกี่ยวโยงกับ วิชาการวางแผนและจัดการเมือง...

วันนี้ก็เหมือนกันยัยหัววุ้นเรียนวิชา EIA ว่าด้วยการศึกษาเรื่องการประเมิณผลกระทบสิ่งแวดล้อมล้วนๆ แต่ละวิชามันช่างน่าเบื่อเสียจิง(ในความคิดของยัยหัววุ้น)-มีอาจารย์นอกมาช่วยสอนด้วย  จากคณะวิทย์เช่นกันคะ

 ---------------------------------

วันนี้เป็นวันแรกที่ยัยหัววุ้นจริงจังกับการเข้าไปรู้จักกับเจ้าสัตว์ป่าสงวนทั้งหลาย หลังจากที่ยัยหัววุ้นผลัดผ่อนภาระกิจนี้มาเป็นเวลาถึงเกือบ1 สัปดาห์

Assignment วันนี้ของยัยหัววุ้นคือต้องไปวิเคราะห์ พรบ.สัตว์สงวน(พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 ) ซึ่งเป็นเนื้อหาที่อยากเรียนเหลือเกิ๊น....!!!ให้ตายสิ

"จะทำไงดีหว๊า..สาดด"ยัยหัววุ้นบ่นพึมพำๆบ้าบอตามประสาของเธอ โดยไม่ได้สนใจเลยว่ามีฉันที่รำคาญเธออยู่

เมื่อเวลาผ่านไป ยัยหัววุ้นนำความรู้ที่เธอได้ไปหาเล่าให้ฉันฟัง ความว่า...

 

 --------------------------------------------------------------------ประวัติความเป็นมา

 ประเทศไทย-Biological Diversity-มีความหลากหลายทางชีวภาพ-เพราะอยู่ในเขตร้อน [ตั้งอยู่บนคาบสมุทรบริเวณที่เป็นกึ่งกลางของภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้และขอบเขตภูมิศาสตร์สำคัญของโลก]-

  • เป็นผลให้เป็นแหล่งรวมพรรณพืช 3 เขต คือ อินโด-เบอร์มา ( Indo-Burma ) อันนามีติค ( Annametic ) และมาเลเซีย( Malesia )
  • เขตการกระจายพันธุ์สัตว์ 3 เขต คือ แบบไซโน-หิมาลายัน ( Sino-Himalayan ) อินโด-ไชนิส ( Indo-Chinese ) และแบบซุนดา ( Sundiac )

เหตุจากสัตว์ป่าลดลง คนเลยตื่นตัวพากันหามาตรการในการจัดการและอนุรักษ์สัตว์ป่าและอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน

  • จนเกิด พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 [26 ธันวาคม 2503]
  • และ CITES หรือ อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศว่าด้วยชนิดสัตว์ป่าและพืชป่า [ลงนาม 2518 ให้สัตยาบัน 21 มกราคม 2526 ลำดับที่ 80 ]
  • ปรับปรุงพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ขึ้นใหม่ [19 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2535]

 

 ---------------------------------------------------------------สัตว์ป่า กะ สัตว์สงวน

ยัยหัววุ้นได้รับรู้ความหมายที่ชัดเจนของคำว่า....

สัตว์ป่า” หมายความว่า สัตว์ทุกชนิดไม่ว่าสัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์ปีก แมลง หรือแมง ซึ่งโดยธรรมชาติย่อมเกิดและดำรงชีวิตอยู่ในป่าหรือในน้ำ และให้หมายความรวมถึงไข่ของสัตว์ป่าเหล่านั้นทุกชนิดด้วย แต่ไม่ได้หมายความรวมถึงสัตว์พาหนะที่ได้จดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะแล้ว และสัตว์พาหนะที่ได้มาจากการสืบพันธุ์ของสัตว์พาหนะดังกล่าว

“สัตว์ป่าสงวน” หมายความว่า สัตว์ป่าที่หายากตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติฉบับนี้ และตามที่จะกำหนด โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ยัยหัววุ้นสารภาพกับฉันว่าไอ้รายนามของพวกสัตว์-สัตว์ทั้งหลายที่อ่านไปมันไม่ได้อยู่ในมโนภาพของยัยหัววุ้นเลย อ่านไปก็นึกภาพไม่ออก หน้าตามันเป็นไงหว่า...??

 

-----------------------------------------------------------------รายชื่อสัตว์ป่าสงวน(สัตว์ประหลาดที่ยัยหัววุ้นคิดว่ามันสูญพันธ์ไปแล้ว เหมือนไดโนเสาร์กะเจ้าแมมอส)

นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร     แรด     กระซู่     กูปรี    ควายป่า   ละองหรือละมั่ง

สมัน   นกแต้วแล้วท้องดำ    กวางผา  เลียงผา    นกกะเรียน  เก้งหม้อ 

สมเสร็จ   แมวลายหินอ่อน    พะยูน

 

---------------------------------------------------------------------แนวทางอนุรักษ์

-----------------------------------------------------------------------------CREDIT

ส่วนตัวบทวิเคราะห์นั้นยัยหัววุ้นกำลังคิดอยู่คะ....^^"

น่าเบื่อจิงๆเลยเนอะ เนื้อหาไรก็ม่ายรู้..บลา บลา บลา ~~~~

มาดูรูปเพื่อความผ่อนคลายดีกว่าผ่านเรื่องเครียดมาเยอะแร่ะ

สิ่งเหล่านี้นี่แหละที่ฉันเรียกว่า "เป็นกำไลชีวิตของฉัน"

 

 

.

.

 

 

 

-ขอบคุณทุกข้อมูลที่ทำให้ฉันเป็นฉันในวันนี้-

 

 

 

 

อย่ารอคอยจนกว่าจะได้เป็นผู้นำ แล้วค่อยศึกษาการเป็นผู้นำ การเป็นผู้นำ

เป็นกระบวนการที่ต้องศึกษาอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นอย่ารอจนกระทั่งสายเกินไป

จงเตรียมตัวเป็นผู้นำตั้งแต่บัดนี้ จงฝึกฝนตนเองเป็นผู้นำแบบ 360 องศา

เพื่อให้มีอิทธิพลต่อบุคคลทุกระดับโดยไม่ยึดติดตำแหน่งหน้าที่

 จอห์น ซี. แม็กซ์เวลล์ ผู้เขียนหนังสือ มองโลก 360 องศา

    (ขอบคุณ ผู้หญิงตัวเล็กสำหรับมุมมองดีๆของชีวิต)

 

 

 

 

 

 

ป ะ  ป ะ  เ ป ลี่ ย น

 

ตอน...ถ้าไม่มีกูเกิ้ล...แล้วคุณจะใช้???

 

 

 

 

 

หมายเหตุ ::: ทำความเข้าใจก่อนอ่าน

-1-หากคุณต้องการเฉพาะสาระสำคัญ(ทางเลือกอื่นที่ไม่ใช่กูเกิ้ล) โปรดข้ามไปอ่านข้อความหลังเส้นสีแดงคะ

-2-หากคุณว่างจัด สมองสามารถรับเรื่องไร้สาระได้ สามารถอ่านตั้งแต่บรรทัดแรกลงไปได้เลยคะ

-3- word ข้อความที่แสดงในลักษณะสีแสด ตัวหนา สามารถลิ้งไปยังข้อมูลเว็บไซต์อื่นที่เกี่ยวกับเนื้อหานั้นได้คะ

-4- ขอบคุณผู้อ่านทุกคนนะคะ

 

 

 

 

 

 Proof of God - Is Google God? - Church of Google 

 ยัยหัววุ้นในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่เข้าใช้บริการค้นคว้าทุกเรื่องที่อยากรู้จากกูเกิ้ล ยัยหัววุ้นนั้นเห็นว่ากู้เกิ้ลค่อนข้างสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการทำงาน (บางครั้งเห็นเจ้ากูเกิ้ลสำคัญมากกว่าเพื่อนในกลุ่มที่ทำงานเสียด้วยสิ ^^") หากไม่มีกูเกิ้ลคิดดูสิว่าชีวิตของยัยหัววุ้นมันจะอับเฉาเช่นใด....

 

ทุกวันนี้การออกทัวร์รอบโลกโดยสายการบินกู้เกิ้ลแอร์ไลน์ (สายการบินนี้มันตั้งตั้งแต่เมื่อไรกันหว่า..?) โดยผู้โดยสารระดับวีไอพีอย่างยัยหัววุ้นนั้น (ว่าไปนั่น!!)

 

ทำให้เกิดคำถามขึ้นมากมายกับยัยหัววุ้นจอมสงสัย(มนุษย์จำไม เมื่อไรเจ้าจะหยุด?) ว่า กูเกิ้ลนั้นสำคัญไฉน?

ฉันหรือใครให้คำตอบได้อย่างละเอียดหามีไม่ เนื่องจากเหตุผลก็ละคนกันไป(ตามประสาปัจจเจกชน ต่างคนก็ต่างคิด) อ้าว..กรรม แล้วอย่างนี้ใครจะให้คำตอบกับมนุษย์ช่างสงสัยอย่างยัยหัววุ้น ช่างมัน...ปล่อยให้มันสงสัยต่อไป

 โปรโมทเว็บไซต์ , โปรโมทเว็บ , โฆษณาเว็บไซต์ สำหรับธุรกิจ SME, Google.com Search Engine Optimization , SEO

 

มนุษย์หนอมนุษย์...ทำไมชั่งโลภมากไม่มีที่สิ้นสุด...

 

นักท่องอินเตอร์เน็ตหลายคนที่ใช้บริการ Google.com Search Engine ในการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ทั่วโลก Google เป็น Search Engine ที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่ามันได้รับความนิยมระดับโลก ไม่ว่าเราจะพิมพ์ "คำค้นหา" หรือที่เรียกกันว่า "Keyword" อะไรก็ได้ ลงไปตามความต้องการ...เพียงชั่วพริบตาคุณกู้เกิ้ลจะทำการค้นหาหน้าเว็บไซต์ที่มี "Keyword" ที่เราพิมพ์ลงไปนั้นขึ้นมาทันที และบ่อยครั้งที่เราทำการค้นหาไปแล้ว พบว่ามีหน้าเว็บไซต์จำนวนมากที่มีคีย์เวิดตามที่เราพิมพ์ลงไป แสดงออกมานับสิบๆหน้า และก็แน่นอนอีกเช่นกันว่า เว็บไซต์ที่ปรากฏในหน้าแรกๆของการค้นหา จะได้รับการ Click เข้าไปเยี่ยมชมมากกว่า เว็บไซต์ที่ถูกแสดงอยู่ในหน้าหลังๆ และด้วยเหตุผลดังกล่าว

 ผลลัพท์ของการค้นหาจากเจ้ากู้เกิ้ล จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ที่เจ้าของเว็บไซต์ต่างๆ ควรหันมาให้ความสำคัญในการพัฒนาเว็บไซต์ของตัวเอง โปรโมทเว็บไซต์ โฆษณาเว็บไซต์ ให้ติดอันดับ Google.com Search Engine และต้องเป็นอันดับต้น ๆ เท่านั้นด้วย

เห็นไหมว่ามันต้องเข้าเรื่องธุระกิจ จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมเดี๋ยวมันมีเว็บโฆษณาที่มันไม่เกี่ยวข้องเพิ่มเข้ามามากมาย แย่เนอะ!!! เห็นไหมว่าเจ้ากูเกิ้ลอยางน้อยก็สำคัญสำหรับเจ้าคนกลุ่มนี้ไม่ใช่น้อยเลย...

 

 

 **สำหรับประเทศไทย พบว่า คนไทยใช้กูเกิ้ลในการค้นหาข้อมูลสินค้าและบริการต่างๆถึง 98% และพบว่าเฉพาะในประเทศเยอรมนีประเทศเดียว ก็มีผู้ใช้บริการ Google ถึง 14 ล้านคนต่อวัน....ว๊าว^o^แบบเยอะ!!

 

 

 

 

[ณ เวลานี้] ยัยหัววุ้นรู้อย่างเดียวว่า อย่างน้อยกูเกิ้ลก็ไม่ใช่พระเจ้าในเวลาทำงานหรอก เพราะทุกครั้งในการป้อนคำสั่ง และทุกคำค้นที่มาจากวุ้นน้อยๆในหัวของยัยหัววุ้นนั้น ถูกโปรเซสข้อมูลที่เกี่ยวข้องออกมาซักสามแสนเว็บ(เว่อร์ไปมั๊งคุณ^^") บางเว็บที่ขึ้นมาก็ไม่ได้เกี่ยวเร้ยยย แ-ร่ง มั่วนี่หว่า ถึงกระนั้นก็ยังต้องพึ่งพากูเกิ้ลกันต่อไป แต่ในที่สุดแล้วตัวยัยหัววุ้นก็ต้องทำการ อนาไลซ์ มันเองอยู่ดี เห็นมั๊ยล่ะว่ากูเกิ้ลไม่ใช่พระเจ้าแต่คือคุณต่างหากเล่าที่เป็นผู้บังคับบัญชาการสูงสุด ดังนั้นคุณก็สามารถสั่งการอะไรก็ได้ที่คุณต้องการสืบค้น มันก็จะเกิดประโยชน์อย่างสูงสุดต่อตัวคุณเอง....ในเมื่อวันนี้มันอยู่ในมือคุณ

 

 

 

หลายคนอาจรู้ว่ากูเกิ้ลนั้นมีความสามารถมากกว่าแค่การค้นหา...

คิดว่าไม่มีใครที่ใช้งาน Google ได้อย่างเต็มความสามารถ เช่น ความสามารถในการค้นหาที่ละเอียดยิ่งขึ้นโดยการกำหนดตัวแปรต่างๆ ในการค้นหา ยิ่งไปกว่านั้นคือ Google สามารถแปลหน้าเว็บไซต์ได้ แสดงราคาหุ้นได้ และยังสามารถคำนวณโจทย์คณิตศาสตร์ได้อีกด้วย หน้าเว็บไซต์ที่ดูเรียบง่ายของ Google อาจ จะทำให้คุณคิดไม่ถึงว่าเบื้องหลังหน้าดังกล่าวมีฟังก์ชันที่ถูกซ่อนเอาไว้มากมายเพียงใด คลิ๊กอ่านเพิ่มแบบละเอียด>ความลับของกูเกิ้ลที่คุณต้องรู้

 

 

 

 

หลายคนที่รู้ในขณะเดียวกันก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่ากูเกิ้ลสามารถทำสิ่งต่างๆเหล่านี้ได้ เช่น


• ค้นหาโดยระบุคำสั่งพิเศษ
• ค้นด้วยคำที่มีความหมายเหมือนกัน
• ใช้ Google ช่วยแปล
• ค้นหาเฉพาะกลุ่ม
• Google Toolbar
• ใช้ Google ช่วยในการคำนวณ
• ชอปปิ้งด้วย Google : Froogle
• ตรวจสอบราคาหุ้น
• คำตอบจาก Google

 

เก่งทีเดียวนะคะเจ้ากูเกิ้ลเนี่ย !!

 

 

 

 

----------------------------หลังเส้นนี้ฉันเรียบเรียงมาเล่าต่อ

 

 

 

"....คิดว่าถ้าชีวิตนี้ไม่มีกูเกิ้ลจะอยู่ได้ไหม?.. ไม่เตรียมตัวไว้ก่อน วันดีคืนดีบริษัทนี้เกิดลาโลกไป หรือเกิดคิดค่าบริการขึ้นมาล่ะ ลำบากแน่.....................

จริงๆ แล้วในโลกเสิร์ชเอนจิ้นยังมีเจ้าตลาดมือรองอีก 2 หน่วย คือ MSN กับ Yahoo! ถ้ารวมส่วนแบ่งของ 3 เจ้านี้เข้าด้วยกัน ก็จะกินไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ฟังดูโลกนี้มันผูกขาดๆ ยังไงชอบกล ถ้า 3 เจ้านี้รวมหัวกันทำตัวเป็นสื่อขายของหรือคิดว่าบริการ พวกเราคงดิ้นไม่หลุด

ถามจริงๆ คุณไม่อยากลองเสิร์ชเอนจิ้นอื่นบ้างเหรอ แน่ใจหรือว่าสิ่งที่กูเกิ้ลบอกเรามาคือภาพสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของอินเทอร์เน็ต แน่ใจหรือว่ามันคือ ข้อมูลในเน็ตจริงๆ หรือมันไปหยิบเอาเว็บไซต์แค่กระจุกเดียวมาป้อนเราอยู่ทุกวัน แนวคิดเริ่มเหมือน The Matrix… "แน่ใจได้ยังไงว่าเนื้อไก่มีรสชาติอย่างที่เรารับรู้ เพราะ The Matrix เป็นคนป้อนรสชาตินั้นให้เรา"

 

แล้วก็เป็นอย่างงั้นจริงๆ ครับกูเกิ้ลมีโมเดลการสะท้อนภาพอินเทอร์เน็ตในลักษณะเฉพาะตัวอย่างหนึ่ง คือมีพื้นฐานอยู่บนสถิติความนิยม ดังนั้นเมื่อเราค้นหาโดยกูเกิ้ลสิ่งที่เราจะได้ ก็คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่บนอินเทอร์เน็ตชอบ เป็นกลุ่มเว็บที่มีคนย่ำซ้ำแล้วซ้ำอีกในที่เดิมๆ ของใหม่ๆ แทบไม่มีโอกาสโผล่เข้ามาได้เลย...."

 

 

 

ขอบคุณบทความเรื่อง ชีวิตที่ไม่มีคำว่า Google [1]  [2]<อ่านเพิ่มได้เลยค๊า

PC Magazine ฉบับที่ 106 พฤศจิกายน 2550
โดย kyle monson เรียบเรียงโดย : ภูสิทธิ์ รัตน์ปิยะสุนทร

--------------------------

 

NEW ALTERNATIVE THAT YOU CAN SELECT(TRY)เอาล่ะคะ มาดูกันว่าทางออกที่พี่เค้าเสนอมานั้นมันมีทางเลือกอะไรอื่นอีกบ้าง...

 

 

 

สมัยนี้ข้อมูลอะไรๆ คนเราก็เอาขึ้น Blog ดังนั้นถ้าจะบอกว่าเสิร์ชเอนจิ้นตัวไหนที่ไม่ครอบคลุมการค้นหาเข้าไปใน Blog ด้วยละก็ ต้องบอกว่าพลาดข้อมูลของโลกไปก้อนใหญ่มากๆ เชื่อไหมคะว่ากูเกิ้ลก็ติดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่ากูเกิ้ลนั้นให้น้ำหนักไปกับความนิยมเป็นหลัก นั่นหมายความว่า กว่าข้อมูลใน Blog กว่าจะไต่ขึ้นไปติดอันดับในกูเกิ้ลได้ ก็ต้องมีคนเข้ามาดูจนพรุนไปแล้ว นั่นก็แปลว่า ข้อมูลจะต้องเก่าระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งไม่ใช่จุดแข็งของ Blog ที่เน้นความสดใหม่ทันต่อเหตุการณ์ (อันนี้เห็นด้วยจริงคะ เนื่องจากวันก่อนลองไปเสริชชื่อตึกที่สูงที่สุดในโลกปรากฏว่าเจอข้อมูลที่ของบล็อคตัวเองที่เขียนไปอาทิตย์ที่แล้วขึ้นเป็นข้อมูลแรกเลยในกูเกิ้ลคะ เล่นเอายัยหัววุ้นตกใจเลย^^")

 

 

 

 

1. Technorati  [technorati.com]

Technorati เป็นบริการที่เอาไว้ค้นหา Blog โดยเฉพาะ มีฟีเจอร์มากมายที่ช่วยเราค้นหา Blog เป็นหลัก เช่น มี Top Search List ซึ่งจะแสดงการค้นหาบล็อกตามความนิยมที่มีคนลิงก์เข้ามาหามากที่สุด (ต่างกับกูเกิ้ลนะคะ เพราะไม่ได้เน้นความนิยมที่ตัวข้อมูล แต่เป็นความนิยมของ Blog) โดยสามารถจัดอันดับความนิยมตามประเภทการลิงค์ได้ เช่น เป็น เพลง หนัง หรือเกม ซึ่งนักเขียน Blog มักจะลิงค์หากัน วิธีใช้ก็ง่ายๆ ข้อมูลที่ได้ก็ทันสมัย เราสามารถเลือกได้ว่าจะให้ค้นหาเน้นความใหม่ หรือเน้นตามความนิยม โดยวัดจากจำนวนเว็บเพจที่ลิงค์เข้ามาหา

 

2. ChaCha [chacha.com ]

 

ChaCha เป็นเหมือนที่ปรึกษาด้านการค้นหาโดยเฉพาะ โดยเราสามารถคุย (Chat) ได้สดๆ กับนักค้นหามืออาชีพ ซึ่งจะรับคำร้องของเรา แล้วจะปรับแต่งผลลัพธ์ให้ได้กับที่เราต้องการ ที่สำคัญอันนี้เป็นบริการฟรี ไม่มีอะไรทำก็ลองเล่นดูเอาขำ^^

 

 

 

 

3. Rollyo [rollyo.com]

 

บริการนี้มาจากคำเต็มๆ ว่า Roll your own Search Engine แปลเป็นไทยได้ว่า สร้างเสิร์ชเอนจิ้นของตัวเอง บริการของมันก็เป็นอย่างที่ชื่อพยายามจะบอกแหละคะ ง่ายๆ เลย เราสามารถใช้มันเป็นเสิร์ชเอนจิ้นธรรมดา คือค้นหา Blog หรือค้นหาเว็บทั่วไปได้ แค่จุดเด่นของมันจริงๆ คือ เราสามารถสร้างเสิร์ชเอนจิ้นของตัวเองหรือ Searchroll เพื่อเน้นการค้นหาไปเฉพาะบางไซท์เป็นพิเศษได้ เช่น เราอาจจะสร้าง Searchroll เพื่อค้นหาเฉพาะ Blog ด้านเพลงที่เราชอบ เราสามารถเข้าไปดู Searchroll ของคนอื่น ประมาณว่าเพื่อก็อปปี้ไอเดียมาใช้บ้าง ซึ่งรวมไปถึง Searchroll ของคนดังๆ จะได้เข้าถึงรสนิยมของไอดอลของลึกซื้ง

 

 

 

4. Kosmix [http://www.kosmix.com/]

 

Kosmix

 

เอนจิ้นตัวนี้จะเน้นการค้นหาแบบแยกประเภทหัวข้อโดยเฉพาะเช่น เรื่องสุขภาพ รถยนต์ ท่องเที่ยว การเงิน การเมือง และเกมเป็นเรื่องๆ ไป สำหรับผลการค้นหา ถ้าจะเอาเรื่องเวลาเป็นที่ตั้งเสิร์ชเอนจิ้นตัวนี้ทำได้ไม่ค่อยดี คือ ได้ข้อมูลที่ไม่ใหม่นัก แนะนำว่าในการค้นหาควรจะใช้คำเฉพาะ แทนที่จะใช้คำกว้างๆ อย่าง “Global Warming” จริงๆ แล้วมีบริการค้นหาแบบที่ต้องจ่ายเงินด้วย ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า แต่เข้าใจว่าพวกเราคงไม่สนใจบริการลักษณะนี้ ดังนั้นในการใช้งานจึงควรใช้ค้นหาข้อมูลที่ไม่มีเรื่องเวลามาเกี่ยวข้อง และก็เน้นคำเฉพาะๆ ไปเลย จากตัวอย่างการใช้งาน เช่น ค้นหาด้านสุขภาพ ก็พบว่าได้ข้อมูลดีๆ ด้านการรักษา การป้องกันมาเพียบ

 

 

 

5. Ask.com [www.ask.com]

 

Search Engine ตัวนี้เป็นเครื่องมือค้นหาอีกตัวที่ค่อนข้างมีฟีเจอร์หรูหรา แนวคิดของมันคือ เน้นที่ด้านการจัดอันดับ คือ แทนที่จะจัดอันดับตามความนิยมอย่างเดียว แบบที่กูเกิ้ลทำ มันจะจัดอันดับตามความนิยมเหมือนกัน แต่เป็นความนิยมในหมู่หัวข้อเดียวกันเท่านั้น ไม่ได้ไปปนรวมๆ เหมือนกูเกิ้ลจากการทดสอบก็พบว่า ผลการค้นหานั้นมีการจัดเรียงผลต่างจากของกูเกิ้ลออกไป นอกจากนั้นยังมีฟีเจอร์ Page Preview ซึ่งค่อนข้างดี เพราะให้เราเห็นของก่อนจะกดเข้าไปดูจริง

 

6. Clusty  [clusty.com]

อย่างที่ชื่อมันพยายามบอก เว็บนี้จะมีวิธีการแสดงผลการค้นหาในรูปแบบของตัวเอง ถ้าจะเปรียบให้ฟังกูเกิ้ลนั้นเลือกที่จะแสดงผลการค้นหาเป็น List ยาวๆ ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ แต่เจ้า Clusty ซึ่งมีหลักการทำงานออกไปแนวรวบรวมผลการค้นหาจากเสิร์ชเอนจิ้นหลายๆ ค่าย (ไม่รวม Google) แล้วเอามาจัดหมวดหมู่เป็นกลุ่มๆ (cluster) ให้เราเลือกเข้าไปดูตัวย่อยๆ เองอีกที เช่น ถ้าเราค้นหาด้วยคำว่า Dell XPS มันจะจัดกลุ่มผลการค้นหา เช่นกลุ่มที่แสดงรุ่นต่างๆ ของเครื่อง XPS กลุ่มรีวิว และกลุ่มลิงก์สำหรับซื้อขายเครื่อง เป็นต้น

 

7. StumbleUpon   [www.stumbleupon.com]

ลักษณะการทำงานของเว็บค้นหาตัวนี้ จะมีทูลบาร์พร้อมไอคอน นิ้วโป้งชี้ขึ้นชี้ลง ประมาณว่าให้เราสามารถจัดเรตติงความชอบของเว็บเพจที่เราเยี่ยมชมได้ เมื่อเราป้อนค่าชี้ขึ้นชี้ลงเหล่านี้ไปเรื่อยๆ ระบบก็เรียนรู้ได้เองว่ารสนิยมเราเป็นอย่างไร ทำให้เมื่อเกิดการค้นหาในภายหลัง มันก็จะจัดผลลัพธ์ได้ตรงกับที่เราต้องการมากขึ้น นอกจากนั้นเรายังสามารถ Add เพื่อนคนอื่นที่มีรสนิยมเดียวกันเข้ามาใน List ได้ เมื่อทำการค้นหาก็จะเอาค่าทั้งจากของเราและของเพื่อนมาช่วยกรองข้อมูลตอนค้นหา การใช้งานเว็บนี้อาจจะช้าไปบ้าง แต่ก็เป็นอีกวิธีในการค้นหาที่อาจจะทำให้เราพบดินแดนใหม่ๆ ที่เสิร์ชเอนจิ้นตัวอื่นอาจมองข้ามไป

 

 

8. Draze MetaSearch  [draze.com]

Search Engine ตัวนี้ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ในแง่แนวคิด แต่เป็นยูทิลิตี้สำหรับคนที่ใช้เสิร์ชเอนจิ้นเป็นประจำในชีวิต โดยทั่วไปคนเราก็จะติดอยู่กับเสิร์ชเอนจิ้นเพียงยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง แต่ Draze MetaSearch จะให้เราสามารถใช้งานเสิร์ชเอนจิ้นยอดฮิตทั้ง 3 ตัวได้พร้อมๆ กัน คือทั้ง Google, Yahoo! และ MSN โดยหน้าตาเว็บเพจก็เหมือนหน้าของกูเกิ้ลเราสามารถจะเลือกดูผลลัพธ์จากเสิร์ชเอนจิ้นตัวใดตัวหนึ่ง จากทั้ง 3 ตัว หรืออาจจะตัดตัวใดตัวหนึ่งออกไปก็ได้ และที่ดีมากก็คือมีส่วน Page Preview ให้เราดูหน้าตาเว็บเพจโดยไม่ต้องคลิ้กเข้าไปดูจริง

 

 

9. netTrekker Search Engine [nettrekker.com ]

Discover America's #1 Educational Search Engine. Trusted by more than 9 million students, teachers, and parents.

ตัวนี้เป็นตัวที่ออกแบบมาสำหรับเด็กโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับใช้ในโรงเรียน เว็บที่อยู่ในผลการค้นหานั้นถูกคัดสรรมาอย่างดีโดยเจ้าหน้าที่ของเว็บซึ่งเป็นนักการศึกษาตัวจริง ทำให้แน่ใจได้ว่าข้อมูลที่ปล่อยออกมานั้นปลอดภัยสำหรับเด็กจริง ดังนั้นถ้าเราใช้เครื่องมือตัวนี้ค้นหาคำว่า “star” สิ่งที่ได้ก็คือเรื่องเกี่ยวกับดวงดาว และหมู่ดาวโดยเฉพาะ แน่ใจได้เลยว่าจะไม่มีหน้าของ Paris Hilton โผล่มาให้เห็นซักแอะเดียว ข้อเสียเดียวของบริการนี้ก็คือ มันไม่ฟรี เพราะว่าราคาออกมาอยู่ที่ 4.95 เหรียญต่อเดือนคะ ถ้าอยากใช้จริงๆ ต้องลองดูว่าทางโรงเรียนมีซื้อแอ็กเคานต์เอาไว้แล้วหรือเปล่า เด็กอาจจะเอามาใช้ต่อที่บ้านได้ แต่สำหรับเมืองไทยคงลำบาก

 

10. AfterVote [aftervote.com]

เอนจิ้นตัวนี้เป็นอีกเจ้าที่ออกแนวรวมฮิต คือ เป็นการรวมผลการค้นหาจากเสิร์ชเอนจิ้นยักษ์ใหญ่ 3 เจ้าเข้าด้วยกัน แต่เพิ่มฟีเจอร์ด้าน social เข้าไปอีกนิด หรือมีไอคอน นิ้วโป้งชี้ขึ้นชี้ลง ให้หมู่สมาชิกได้โหวตคะแนนเพิ่มอีกระดับ (ปัจจุบันยังไม่สามารถโหวตผ่าน SMS ได้) อย่างที่บอกไปแล้วว่าเว็บนี้ออกแนวรวมฮิตจัด มีฟีเจอร์อัดแน่นมากมาย มีข้อมูลสถิติทั้งจาก Alexa และ Page-Rank มีข้อมูลจาก bugmenot และมีปุ่มของ Digg กับ del.icio.us มีแม้กระทั่งเว็บเพจในอดีตที่ถูกจัดเก็บไว้ใน Wayback Machine

 

11. Can’t find on Google [http://www.cantfindongoogle.com/]

เว็บสุดท้ายนี้จะไม่ออกแนวเสิร์ชเอนจิ้นล่ะ ดูจะเป็นแนวเว็บบอร์ดมากกว่า คือจะเป็นแหล่งให้เราโพสต์สิ่งที่เราต้องการค้นหา แต่หาในกูเกิ้ลไม่เจอ โดยหวังว่าจะมีคนอื่นมาช่วยชี้ทางสว่างให้ สถานการณ์ของเว็บนี้ก็คือมีคนมาโพสต์คำถามไว้เต็ม แต่อัตราส่วนที่มีคนมาช่วยตอบก็ยังไม่สูงมากนัก คือเป็นทางเลือกสุดท้ายของคนที่หมดหวังกับหาทางอื่นๆ ในโลกแล้วจริงๆ ลองไปก็ไม่เสียหาย

 

[อัพเพิ่ม26-08-08คะ^^]

 

ขอแนะนำตัวช่วยอีกตัว

 

 

เสิร์ชเอนจิ้นใหม่ล่าสุด “Cuil (อ่านว่าคูล)” ที่พัฒนาโดยคู่สามีภรรยาอดีตผู้ออกแบบสถาปัตยกรรมสืบค้นข้อมูลของกูเกิลและศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford) เขาโม้ว่า ไอ้เจ้า Cuil มีดัชนีที่ใหญ่กว่า การสืบค้นข้อมูลทำได้เร็วกว่า และผลลัพธ์ที่ได้มีคุณภาพดีกว่ากูเกิล ^0^"

 

 

cuil1.jpg
หน้าตาเสิร์ชเอนจิ้นใหม่ www.cuil.com
 จุดขายแรกของ  Cuil ที่ว่าเหนือกว่ากูเกิลคือดัชนีเว็บเพจ โดย Cuil ระบุว่ามีดัชนีหน้าเว็บในคลังถึง 1.2 แสนล้านเว็บเพจทั่วโลก สองคือ Cuil สามารถให้ผลลัพธ์ที่จัดกลุ่มโดยแนวคิด ไม่ใช่จากคีย์เวิร์ดเท่านั้น และสามคือ Cuil ไม่มีการสอดแนมพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตแน่นอน ยังไงก็เข้าไปลองใช้กันดูนะคะว่าจริงสมคำอวดอ้างหรือป่าว....(อันนี้เข้าไปดูมาแล้ว ก็โอนะ แบบไม่ต่างจากกูเกิ้ลมา สำหรับผู้ที่เคยชินกะเจ้ากูเกิ้ล ใช้อันนี้อาจจะก็ไม่ต่างเท่าไรค่ะ)
  
12 เว็บที่แนะนำไป มันเป็นเว็บของเมืองนอกใช่มั๊ยล่ะคะ แล้วงี้เกิดว่าถ้าฉันโง่อังกฤษล่ะ ฉันจะหางานภาษาไทยจะทำไง...??
งั้นเอางี้คะ ยัยหัววุ้นเลยรวมๆเว็บคนไทยที่มีลักษณะเป็น "เว็บยำรวม"**(แต่ต้องบอกก่อนนะคะว่าไม่ค่อยได้เข้าเว็บพวกนี้ จึงรู้จักแค่ 2 เว็บนี้ง่า -*-)
kapook-1.jpg
Kapook เจี๊ยวจ๊าว http://jeawjaw.kapook.com/

ลักษณะ Google Maps + Micro Blogging เป็น Service ที่ผสาน Micro Blogging เข้ากับ Maps

siamearth.jpg

 ลักษณะ Google Maps + Wiki + Search (อันนี้คล้ายกะที่เมืองนอกเค้าทำกันค่ะ)

**เว็บยำรวม=เว็บที่รวมเอาเซอร์วิชหลายอย่างเข้าด้วยกัน เช่น Map IM Wiki News Feeds Photo Blog ฯลฯ


 

 

 

 

ป.ล. หากคุณผู้อ่านคนใดลองเข้าไปใช้บริการเว็บไซต์ที่แนะนำข้างบนแล้วมีอะไรดี สามารถกลับมาเล่าสู่กันฟังได้นะคะ จะเป็นประโยชน์ต่อวุ้นในสมองของยัยหัววุ้นเป็นอย่างยิ่งคะ 

 

 

 

 

 

 

ถ้าไม่มีคุณ...วันนี้ฉันคงโง่อยู่

ถ้าไม่มีคุณ...วันนี้ฉันคงไม่รู้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

THANK ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก

  • PC Magazine สำหรับข้อมูลดีๆ
  • ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นคะ ผู้เขียนจำนำข้อมูล(ที่เสนอแนะ)เหล่านั้นมาอัพเพิ่มในเนื้อหาเรื่อยๆนะคะ

 

 

SPECIAL LINK

เนื่องจากมีผู้สนใจเกี่ยวกับเรื่องราวของกู้เกิ้ลมากมาย รวมทั้งความอยากรู้อยากเห็นของยัยหัววุ้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้อยากรู้อยากเห็นสิ่งที่คนอื่นเค้ารู้กัน ก็เลยไปรวมลิ้งค์ที่ผู้รู้คนอื่นๆเขาทำการรวบรวมมาก่อน มาให้ทุกคนได้อ่านเพิ่มเติมกันอย่างละเอียดถึ่งแก่นแท้ความเป็นกูเกิ้ลกันไปเล้ยยยย

 

 

 

 

ฉันโลภมากไปไหม ถ้าฉันจะขอให้คนที่ฉันรักทุกคน ไม่ทรมานจากการเจ็บป่วย เหมือนที่ฉันเป็น....

 .

.

.

ป.ล. เรื่องนี้มาอัพเพิ่มหลังจากที่ทิ้งมันไปนานมาก (เรียกว่าอาการ ดองแบบเนียนๆ )

 

 เล่าเรื่องยัยหัวยุ่ง-6-

ตอน...โรงพยาบาล โรงพยายาม โรงพระยายม

 

.

.

เมื่อวานนี้ยัยหัววุ้นนอนไม่หลับคะ ฉันก็ไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไร ฉันพยายามบอกเธอหลายครั้งว่าอย่าคิดมากสิ มีอะไรก็ระบายให้ฉันฟังได้ คิดมากไปก็ปวดหัวป่าวๆ ฉันบอกเธอหลายหนยามที่เธอมีอาการเช่นนี้

.

การที่เธอพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนน้อย มันทำให้เธออาจจะต้องแวะเวียนไปโรงพยายาบาลอีกครั้ง
แต่ก่อนยัยหัววุ้นที่ฉันรู้จักค่อนข้างแข็งแรง รักการออกกำลังกาย ไม่เคยป่วยจนต้องเข้าโรงบาล
แต่ยัยหัววุ้นในวันนี้กลับตรงกันข้าม เธออยู่ในสภาพที่ค่อนข้างย่ำแย่ อ่อนแอ และขาดกำลังใจ เธอดูเหมือนคนที่ใช้ชีวิตอย่างสิ้นหวัง ฉันไม่อยากเห็นเธออยู่ในสภพอย่างนี้เลย

.

.

22-08-08
ณ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่ยัยหัววุ้นเรียน

เธอถูกนำส่งห้องฉุกเฉินด้วยสภาพตัวซีด เย็นเฉียบ เธอเล่าให้ฉันฟังว่า แม้ว่าเธอจะมองเห็นทุกอย่างไม่ชัดเจนนัก แต่เธอก็จำบรรยากาศในนั้นได้ดี ในนั้นคนค่อนข้างพลุกพล่าน ชายหรือหญิงก็ไม่รู้ หมอหรือคนไข้ก็ไม่แน่ใจ เพราะภาพที่เห็นนั้นช่างเลือนลาง เธอถูกทิ้งให้นอนบนเตียงเหมือนคนไข้เตียงใกล้ๆกัน นาน...เป็นเวลานานมากที่เดียวกับการรอให้หมอมาตรวจ บวกกับอาการปวดท้องอย่างรุนแรงยิ่งทำให้การรอนั้นดูช่างทรมานทั้งกายและใจเสียจริง
.

เคสที่คุณหมอทุกคนแห่ไปดูแลนั้น เห็นพี่ จนท.หอ ที่มากับยัยหัววุ้นบอกว่าเขาอาการหนักมาก เธอก็ได้แต่ภาวนาว่า เอาเถอะคุณหมอ รักษาเขาให้หายจากการทรมานเถอะ อย่าพึ่งมาสนใจเธอเลย เจ็บแค่นี้เธอทนได้ เพราะเธอรับรู้และลิ้มรสความทุกข์ทรมานจากอาการป่วยในตอนนี้เป็นอย่างดี นี่เป็นคำบอกเล่าที่ยัยหัววุ้นบอกกับฉัน

.

เป็นเวลานานมากทีเดียว นานจน พี่จนท. ทนรอไม่ไหว จนต้องพายัยหัววุ้นไปหาคุณหมอที่อยู่ตึกข้างๆ
อากาศข้างนอก แสงแดด และลม ที่มาปะทะตัวยัยหัววุ้นเป็นระลอกๆระหว่างทางนั้นทำให้ยัยหัววุ้นอมยิ้มเล็กน้อย

.

ยัยหัววุ้นบอกว่าเธอต้องรอทำตามขั้นตอนทุกอย่าง ถูกจัดให้เป็นไปตามคิว ระดับความสำคัญของเธอนั้นสงสัยจะอยู่ในระดับต่ำ เธอถูกละเลยจากคุณหมอในตึกฉุกเฉิน เธอเล่าเรื่องที่เธอน้อยใจให้ฉันฟังอย่างอารมณ์ดี

.

คุณหมอสาวคนสวยกำชับยัยหัววุ้นว่า ต่อไปอย่าเครียด กินอาหารให้ตรงเวลา หาเวลาพักผ่อนเยอะๆ ร่างกายจะได้ไม่อ่อนแออย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ พร้อมจัดยามาให้ยัยหัววุ้นอีกชุดใหญ่ ก่อนออกจากห้องยังกำชับอีกว่า กลับไปถึงหอให้นอนพักเลยนะ ห้ามทำอะไร... "ค่ะ" ยัยหัววุ้นรับคำ

.

แต่ความดื้อที่ยัยหัววุ้นมีนั้นมันมากจน...
 .


ณ ห้อง 408 เวลา 15:00น.


ยัยหัววุ้นกำลังรีบเร่งอาบน้ำแต่งตัว เพื่อที่จะเอางานไปส่งอาจารย์ที่ปรึกษา วิชาทีสิส เธอทำราวกับว่าเธอไม่ได้ป่วย เมื่อกี้เป็นแค่ความฝันที่เธอฝันว่าไปโรงพยาบาล  ใช่แน่ๆฉันคิดว่ายัยหัววุ้นคงคิดว่าเธอฝันไป...

.

ณ ตึกคณะสถาปัตยกรรม
เธอไปพบที่ปรึกษา แต่งานที่เธอทำไปส่งกลับถูกอาจารย์ให้นำกลับมาทำใหม่ พร้อมกับหนังสือหนึ่งเล่ม เธอดีใจมากกับการได้มาซึ่งหนังสือเล่มนี้ เนื่องจากมันเป็นหนังสือของ เควิน ลินท์ ที่เธอสนใจอยู่ในเวลานี้  โหยยย พระเจ้า ~!!!ยัยหัววุ้นถึงกับอุทาน เพราะหลายวันที่ผ่านมา เธอกำลังหมกหมุนอยู่กับการค้นหาหนังสือดังกล่าว

ณ โรงอาหารกลาง
เธอปวดท้องอีกครั้ง เธอจึงระลึกได้ว่าเธอป่วยอยู่ แถมได้ยามาเยอะอีกต่างหาก แต่ยังไม่ได้กินเลย เธอคิดย้อนไปถึงเหตุการณ์ในโรงพยาบาลเมื่อตอนเช้า ความทรมานนั้นเธอช่างเข็ดขยาดมันเสียจริง เธอคิดว่าเธอต้องกินข้าวเสีย

แล้วฉันบอกยัยหัววุ้นว่ากินเสร็จก็ให้รีบไปกินยาแล้วก็นอนซะ แทนที่เธอจะทำอย่างนั้นป่าวเลย เธอบอกว่าเธอหายดีแล้ว ไม่ต้องทานยาหรอกมันไม่อร่อย

.

"นี่ๆๆ ขอร้องล่ะ เธอช่วยอย่าไปบอกคุณหมอสวยได้ไหม " ยัยหัววุ้นขอร้องให้ฉันทำตาม
ฉันหงุดหงิดกับความดื้อดึงของเธอ ฉันเลยคิดว่าถ้ามันไม่เชื่อก็ปล่อยให้มันป่วยอีกครั้ง คราวนี้คงไม่ดื้ออีกแน่


แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยัยหัววุ้นบอก(หรือเธอกำลังระเมอกันหว่า^^a)ก่อนทื่เธอจะหลับ...


เธอๆๆ เธอรักฉันหรือป่าว?


ถ้าเธอรักฉัน เธอช่วยรักตัวเองให้มากๆได้มั๊ย ฉันไม่อยากให้เธอต้องทรมานจากอาการเจ็บป่วยอย่างที่ฉันได้รับ วันนี้ฉันได้รู้แล้ว ว่ามันทรมานแค่ไหน เธอช่วยสัญญากับฉันได้ไหมว่า เธอจะดูแลตัวเองดีๆ ข้อร้องล่ะนะ...แล้วเธอก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว....

 

 

 

-จบแล่ว-

จะมีงานเขียนของนักเขียนสักกี่คนกันที่มีคุณค่าแก่การจดจำและควรค่าแก่การยกย่อง
จินต(นาการ)ภาพของเมือง

 
       "ความประทับใจในอาคาร  สิ่งแวดล้อมพิเศษ  หรือเมืองทั้งเมืองนั้น เป็นสิ่งซึ่งเราได้รับไปจากของจริง ในเมืองนั้นมีส่วนประกอบพิเศษมากมาย ทั้งความทรงจำ ประสบการณ์ กลิ่นอาย ความหวัง ฝูงชน สถานที่ ตึกราม และความเป็นความตาย ซึ่งแต่ละบุคคลได้รับไปไม่เหมือนกัน ด้วยสิ่งแวดล้อมที่ต่างกันในแต่ละบุคคล ภาพที่เกิดขึ้นในจิตใจ จะเชื่อมโยงส่วนต่าง ๆ ของเมืองเข้าด้วยกัน ภาพพจน์ของคนหนึ่งอาจไม่เหมือนกันของคนอื่น ๆ เลยก็เป็นได้ สิ่งซึ่งปรากฏเป็นภาพพจน์รวมของเมืองนั้น เกิดจากการถอดภาพจากของจริงเข้าสู่จิตใจ และนั่นคือสิ่งที่เรียกว่า  IMAGE ของเมือง"

-KEVIN LYNCH-
-THE  IMAGE  OF  THE  CITY-
[Image: Skyline logos from city blogs  by Gothamist. Courtesy of City of Sound.]
ที่นี่เวลาเท่าไร? “What Time Is This Place?
ณ.เมืองบอสตัน
อาคารเก่าถูกสงวนไว้ท่ามกลางอาคารสูง โครงสร้างเก่าของอาคาร
นาฬิกาบอกเวลาปัจจุบัน ถ้าเวลาในเมืองไม่มีสัญลักษณ์บอกเวลา ในชนบทสามารถบอกเวลาได้ด้วยการดำเนินชีวิตของผู้คน
ดังนั้นตัวชี้เวลามีมากมายในถนน เช่น เวลาเช้า เวลากลางวัน ที่ร้านอาหารเต็มไปด้วยผู้คน และสัญญาณจราจรก็บอกได้
ผู้คนทั่วไปสามารถบอกเวลาได้ด้วยแสงอาทิตย์ ได้ด้วยการดูฝูงชน และสิ่งที่เขาถือคือ การฟังระดับเสียง และการมองร้านค้าเปิดปิด
.........

โรงเรียน โบสถ์ ร้านค้า อาคาร ผนัง กลุ่มอาคาร ตลาด ป้ายสัญลักษณ์เมือง การบันทึกส่วนตัวด้วยการเขียนหรือการแกะสลักบนพื้นผิวถนน อาคาร การเขียนข้างผนัง การเดินอย่างรวดเร็วของผู้คนในเวลาเร่งด่วน ความเงียบเหงาของเช้าวันอาทิตย์ ป้ายรถเมล์ รถไฟ ผู้คนนั่งริมสวนเสื้อผ้าที่เขาใส่หรือท่าทางแสดงออกถึงฤดูกาลได้ ต้นไม้ที่เปลี่ยนสีเป็นเวลาบอกฤดูกาล สำนักงานแห่งใหม่บอกความจุที่เพิ่มขึ้นของเขต และความห่างเหิน ความรู้สึกเล็กน้อยส่วนตัวที่เชื่อมกับส่วนหน้าอาคาร การเปิดของตลาดเล็กๆ ในทางตรงข้ามกับให้ความรู้สึกเตือนใจถึงอดีต แต่มีไม่มากนักที่ส่วนกลางให้ความรู้สึกพูดถึงความรู้สึกส่วนตัวในอนาคต อาคารสำนักงานใหม่ ที่จอดรถ ธนาคาร และบริษัทท่องเที่ยว สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน แต่ผู้คนจำนวนมาก คิดไปข้างหน้าถึงบ้านชานเมือง และชนบท หรือเมืองอื่น
.........
การเปลี่ยนแปลงทำให้มองเห็น
เราสร้างโลกด้วยข้อมูลจากความรู้สึกsenses ของเราได้สะท้อนข้อมูลนี้ในรูปบบของกวี ศิลปะ การสร้างสรรค์ ด้วยความแหลมคม เปลี่ยนแปลงสิ่งที่เรามองเห็น และเรามองกลับไป ทำให้เรามีความสุข (delight) และมีชีวิตชีวา (vivify) ของจินตภาพของเวลา ช่วยรักษาระหว่างแนวคิดนามธรรมของสติปัญญา (the abstract intellectual concept) และอารมณ์ความรู้สึกของมัน
...........
Temporal Collage การปะติด ประต่อในชั่วขณะ
เราคุ้นเคยด้วยการมองเหตุการณ์ของประวัติศาตร์ การผ่านไป ความเก่าและใหม่ของเวลา จำเป็นที่จะต้องสร้างโครงสร้างใหม่ที่พอดี กับเก่า ความเก่า(old) ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเก็บมิติของขนาดและวัสดุที่พบเห็นทั่วไป (common dimension of scale or material or form) ความลับคือเราพอใจกับการประสานระหว่างเก่ากับใหม่ โบราณสถานมีสองบริบท คือปล่อยให้อยู่โดดเดี่ยวเงียบในที่ร้าง และ สถานที่โดดเดี่ยว ซ่อนเร้น สูง หรือจะเป็นใกล้ชิด ในชีวิตประจำวัน ฝังอยู่ใจกลางเมือง หลายโครงสร้างเก่าด้วยรูปแบบเก่า ได้กลับสร้างขึ้นใหม่เพื่อใช้อีกครั้ง เพื่อประโยชน์ความงาม และผลของรูปทรงที่แตกต่าง จากสภาพแวดล้อมนั้น เราสามารถสร้างจินตนาการถึงอนาคตที่หลากหลายทางเลือก ทางหนึ่งคือการเลือกที่จะสร้างความหมายแตกต่างของประวัติศาตร์ได้ดีพอพอกับรูปทรงที่มองเห็นจาก อดีตกับปัจจุบัน ทำให้เราจินตนาการไปถึงอนาคตได้
...........
การประติดประต่อชิ้นส่วนไม่ใช่การผสานระหว่างเก่ากับใหม่ง่ายๆ มันสร้างความงามที่ตัดสินได้ด้วยองค์ประกอบ รูปทรง และความหมายแต่ละความถี่และเชื่อมโยงกับทั้งหมดเข้าด้วยกัน อีกทางหนึ่งคือการใช้เทคนิคนี้ในการออกแบบสิ่งแวดล้อมขนาดใหญ่ การอนุรักษ์และการขัดแย้งในบางส่วนของเวลาที่แตกต่างกัน การเชื่อมความเคลื่อนไหวหรือกิจกรรมที่เกี่ยวโยงกัน การสร้างความน่าสนใจด้ายกิจกรรมใหม่ๆในรูปแบบเก่าๆที่สร้างความหมายที่แตกต่างกัน ความยิ่งใหญ่ของภูมิทัศน์ ที่ผ่านมาหลายร้อยปีกับการออกแบบการใช้ใหม่ และสนองถึงความหมายของในอดีต วิธีนี้อ้างถึงความก้าวหน้าและการเปลี่ยนแปลงของประวัติศาตร์ จังหวะ ที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงของเวลา อธิบายจิตภาพของมันคืออย่างไร และยกระดับจิตภาพของมัน วันนี้จะเป็นอย่างไร
............
Change Management
สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนคือขั้นตอนแรกที่แน่นอนในอนาคต ศิลปะของการจัดการจะต้องเป็นไปในทางตรงกันข้ามกับการสะสมผลกระทบของกระบวนการเปลี่ยนแปลงนั้น รวมถึงความเชื่อมโยงระหว่างกายภาพ และสังคมที่เปลี่ยนไป จะต้องวางแผนเป้าหมายให้เลื่อนระดับขึ้น และรวมถึงการประเมินผลกระทบและต้นทุนได้ สิ่งที่อาจจะต้องระมัดระวังเพราะเป็นอุปสรรคสำคัญนั่นคือการเมือง
.........
The Image of Space ans Time
ผลกระทบของการดำเนินการและความเป็นอยู่ภายในที่ดีขึ้น ด้วยจิตภาพของเวลาที่มั่นคง ความมีชัดเจนของความรู้สึกในปัจจุบัน เชื่อมโยงกับอดีตและอนาคต มุมมองของการเปลี่ยนแปลง ที่เราสามารถควบคุมได้ และเป็นสุขกับการเปลี่ยนแปลงนั้น ซึ่งแนวคิดของเวลาจะต้องเต็มไปทั้งโครงสร้างที่เป็นจริง(reality) และด้วยโครงสร้างของจิตใจ(mind) Lynch ได้อภิปรายโต้เถียงถึงวัตถุ (objects) และกิจกรรม(activities) ในspace and time นั้น สามารถเชื้อเชิญให้จิตภาพของเวลานั้นเข้มแข็งและเติบโต สามารถสนับสนุน และทำให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น ในทุกวันนี้ การดำเนินการสิ่งแวดล้อมสามารถทำให้สำเร็จเพิ่มมากขึ้น สำหรับวันพรุ่งนี้ โอกาสเพื่อการอยู่รอด และการพัฒนาที่เพิ่มขึ้น การจัดการสิ่งแวดล้อมนี้ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะทำให้สำเร็จ แต่เป็นเพียงสิ่งสำคัญมากสิ่งหนึ่งที่นำไปสู่อน
าคต
.......................
............
CREDIT
เขียนโดย คุณ lost space
แปลจากงานเขียนของ จากหนังสือของ  Kevin lynch 1960
เรื่อง'what time is this place?"

Wonderland in Dubai

posted on 20 Aug 2008 22:16 by anniland

 

 

WonDerLand In  Dubai

ตอน...โปรเจคท์สวนสนุก

 

อีกแล้วเพราะเหตุผล ความรักและชอบส่วนตัวของยัยหัววุ้น จึงอยากที่จะตีตั๋วกลับไปยังดูไบอีกครั้ง คราวนี้จะกลับไปเอาความสนุกและความตื่นเต้นจากดูไบมาฝากคุณผู้อ่านกันคะ

เกือบทุกโครงในดูไบจะสังเกตได้ว่าเป็นโครงการอภิมหาโปรเจคท์ไม่เว้นแม้แต่โครงการที่ยัยหัววุ้นภูมิใจนำเสนอกับ โครงการสวนสนุกคะซึ่งเป็นสวนหนึ่งของ โครงการ Dubai land ซึ่งเป็นโครงการยักษ์ของเมืองดูไบ  สหรัฐอาหรับเอมิเรต (ประโยคนี้คุณผู้อ่านอาจจะเบื่อกันแล้วเพราะเวลารีวิวข้อมูลทีไรก็จะใช้คำนี้ทุกที ^^")

โดยดำเนินการก่อสร้างเมืองขนาดใหญ่ เมื่อปี 2005 บนพื้นที่กว่า 6.5 หมื่นไร่ ซึ่งจะประกอบไปด้วย โรงแรม และ รีสอร์ท, แหล่งช๊อปปิ้ง, สปอร์ตคลับ, สนามกอฟล์ , ศูนย์สุขภาพ , สวนสนุกขนาดยักษ์ ซึ่งประกอบไปด้วย

 

  • Great Dubai Wheel บนพื้นที่ประมาณ 11ไร่
  • Universal Studios Dubiland บนพื้นที่ประมาณ 450ไร่
  • Six Flags Dubailand บนพื้นที่ประมาณ 120ไร่
  • DreamWork Dubailand บนพื้นที่ประมาณ 120ไร่
  • Freej Dubailand บนพื้นที่ประมาณ 90ไร่
  • Aqua Dunya บนพื้นที่ประมาณ 180ไร่
  • Hit Entertainment บนพื้นที่ประมาณ 25,000 ตร.ม.
  • Legends Of Arabia Theme Park
  • Legends Of Nature Theme Park
  • Legends Of the World Theme Park ในส่วนของ Legends สวนสนุกจะมีพื้นที่รวม 68 ไร่

 

รูปภาพ

โมเดลจำลองแสดงการจัดวางเครื่องเล่นต่างๆที่อยู่ภายในสวนสนุกคะ

รูปภาพ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 Dubai land Theam Park อีกมุมหนึ่งของสวนสนุกคะ หุหุ แอบเห็นในโมเดลมีม้าหมุนจำลองด้วยคะกลายเป็นสัญลักษณ์ที่คู่กับสวนสนุกไปแล้ว สำหรับเจ้าม้าหมุนไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย ก็ขาดมันไม่ได้เลยจิงๆ ก็คล้ายกับที่บ้านเรา ที่แบบจะต้องมีชิงช้าสวรรค์ด้วย

รูปภาพ

เอามาให้ดูกันแบบโคสอัพไปเล้ยยยย....

รูปภาพ

นี่เป็นมุมมองฝั่งตรงข้ามจากรูปข้างบนที่ผ่านมานะคะ จะเห็นได้ว่า มุมขวาล่างสุดที่เป็นตึกสูงเรียงกันนี้ น่าจะเป็นส่วนที่เป็น Residential Area หรือย่านที่พักอาศัยนั่นเองคะ

รูปภาพ

อีกมุมหนึ่งคะ นี่มองจากมุมปราสาทโบราณคะ อ่อ เจอแล้วคะ เห็นไหมคะ ว่าสวนสนุกจะขาดชิงช้าสวรรค์ไม่ได้จิงๆ ในโมเดลนี้ชิงช้าสวรรค์ตั้งอยู่ส่นกลางของรูปคะ

รูปภาพ

ภาพบรรยากาศผู้คนมากมายที่หลั่งไหลกันเข้ามาชมโมเดลจำลองเมืองดูไบคะ จะเห็นว่าทุกคนต่างให้ความสนใจกันอย่างมาก ถ้ามีโอกาสยัยหัววุ้นก็อยากไปยืยดูแบบใกล้ชิดอย่างคนในนั้นบางจัง เฮ้อ~~

 

รูปภาพ

จากรูปจะเห็นโมเดลแบบจำลองอาคารสำคัญๆจากทั่วโลก รวมอยู่ภายในพื้นที่นี้หมดเลยนะคะ ให้ไล่คงต้องพูดถึงสิ่งมหัศจรรย์ตั้งแต่ยุคโบราณกันมาเลยทีเดียว แต่ที่เด่นๆ ก็เห็นจะเป็นหอไอเฟล โคลอสเซียม หอนาฬิกาบิ๊กเบ็น ฯลฯ ดูกันเองแล้วกันนะคะ ถ้าไล่จนหมดนี่คงเมื่อยแย่เลย

รูปภาพ

ส่วนนี้เป็นมุมมองจากปราสาทดาร์ค คะ(อันนเรียกเองนะคะ จริงๆคงไม่ได้ชื่อนี้) แต่จำลองออกมาได้สวยจริง ๆนี่ขนาดยังเป็นแค่โมเดลนะคะ ไม่อยากคิดเลยว่าถ้ามันเสร็จขึ้นมาจิงๆแล้ว จะอลังการงานสร้างขนาดไหน

 

รูปภาพ

มุมมองแบบทอปอายวิวคะ เห็นแปลนของสวนสนุกได้ชัดเจนทีเดียวเห็นส่วนตรงการที่เป้นเขาวงกตไหมคะ เข้าไปแล้วจะหาทางออกได้ไหมล่ะนั่น ถ้าขยับมาทางด้านขวามือน่าจะเป็นโมเดลจำลองวังต้องห้ามของประเทศจีนนะคะ

 

 

K I D   W O R L D

ขอต้อนรับคุณเข้าสู่โลกของเด็ก

 

รูปภาพ

อันนี้เป้นส่วนของเมืองหุ่นยนต์คะ Robot city ตรงกลางจะเห็นว่ามี Robo Dome เหมือนจะเอาไว้เพื่อประกอบหุ่นยนต์เลยคะ

 

รูปภาพ

ภาพป้ายโฆษณาโลกแห่งสวนสนุกของดูไบ

WonDerLand In  Dubai

ยังคะความสนุกยังไม่หมดเพียงเท่านี้หรอกคะ ด้วยความประทับใจ บวกกับความชื่นชอบในการดูและทำโมเดลจึงจะนำเอาภาพมาให้ดูกันแบบเต็มอิ่มไปเลยคะ

รูปภาพ

เส้นทางยาวๆข้างล่างนี้มันอะไรกันหว่า ใครรู้ช่วยบอกที

รูปภาพ

จะเห็นว่าแม้จะเป็นแค่โมเดลแต่เค้าก็พิถีพิถันมากเลยนะคะ งานออกมาละเอียดมากทีเดียว ก็อย่างว่านะคะ บริษัทที่รับทำเค้าก็มืออาชีพ เงินก็หนา ถ้าออกมาไม่สวย ก็ไม่รู้ว่าจะมีที่ไหนทำได้สวยกว่านี้อีกแล้ว งานเนี๊ยบมากคะ

รูปภาพ

มาดูกันอีกมุม เอ๊ะ นีมันครบ 360 องศาหรือยังหว่า ^^a ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าไอ้ส่วนที่เป็นคล้ายจานดาวเทียมตกเสียบกับภูเขานั่นเค้าทำมันเป็นอะไร แอบมีดาวเทียมอยู่ข้างๆด้วย หรือว่าจะจำลองมนุษย์ต่างดาวบุกโลกกัน?? แต่ถ้ามนุษย์ต่างดาวมาที่ดูไบจิง มันก็คงจะงงน่าดู เพราะหลายปีก่อน ที่ตรงนี้ยังเป้นทะเลทรายผืนกว้างอยู่เลย ไหงกลับมาคราวนี้สวยกว่าบ้านตูอีกหว่า???

รูปภาพ

มาช่วยกันดูสิคะว่านั่นใช่หมู่บ้านไทยเราหรือป่าว อิอิ^^+ แต่น่าจะใช่นะคะดูจากหลังคาจั่ว แต่อารมณ์แบบรีสอรท์ทางภาคใต้หน่อยๆ

รูปภาพ

วู๊....~~!! มาดูโมเดลจำลองเวอร์ชั่นเปิดไฟใส่เอฟเฟคกันบ้างคะ ตะการตาดีจริงๆคะ เห็นมัยคะว่ามีลาวาไหลออกมาจากภูเขาลูกขวามือด้านล่างด้วยคะ

 

 

 

A v i a t i o n    W o r l d

 

รูปภาพ

มาดู Aviation Park ในอีกมุมหนึ่งกันคะ สวยเลิศๆ อ่อ สังเกตมุมขวาล่างสุดสิคะ รู้สึกคุ้นๆกันไหมคะ

รูปภาพ

มาโซนนี้กันคะ Aviation Park เกี่ยวกับการบินทั้งหมดเลยคะ จะเห็นโมเดลจำลองเครื่องบอินตั้งแต่แรก ยุคดึกดำบรรพ์และพัฒนามาเรื่อยๆจนกลายมาเป็นเครื่องบินที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันคะ

 

 

 

F i l m   W o r l d

รูปภาพ

นี่เป็นประตูทางเข้าคะ พอเข้าไปแล้วมีสามประตูทางเลือกด้วยกันคะ แล้วคุณละคะ จะเลือกไปประตูไหนเอ่ย

รูปภาพ

UNITED ARTIST คะ ดูกันในระยะใกล้จนเห็นผู้คนจำลองเดินอยู่ในโลกโมเดลกันเลยคะ ละเอียดสุดยอดไปเลย

รูปภาพ

รูปภาพ

อีกมุมสวยๆที่อยากให้ชมกันว่ารายละเอียดปลีกย่อยเค้าเยอะจริงๆคะ แล้วช่วยดูหน่อยคะว่าเรือนั่นใช่  "เรือโดยสารควีนแมรี  (Queen Mary Liner) หรือป่าวคะเพราะว่าเรือลำดังกล่าวถูกระบุให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกแห่งยุคปัจจุบันไปแล้วคะ  เดิมทีนั้นเป็นเรือเดินสมุทร แต่ถูกดัดแปลงเป็นภัตคารและโรงแรมในปี 1967 คะและปัจจุบันได้ถูกจัดเป้นพิพิธภัณฑ์ลอยน้ำอยุ่ที่ท่าเรื อลองลองบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย  สหรัฐอเมริกา

รูปภาพ

ยิ่งใกล้ยิ่งเห็นถึงความละเอียดของงานคะ

รูปภาพ

 

 

Desert World theme Park

มาในโซนของทะเลทรายกันบ้างคะ

รูปภาพ

แต่สีสันมันสวยงานดีจังคะ ชอบๆ วันเดอร์แลนด์จริงๆ^o^

 

 

 

Six Flags

รูปภาพ

มีโมเดลจำลองเครื่องเล่นครบทุกอย่างเลยคะ

รูปภาพ

อีกมุมสวยๆคะ ดูกันให้เบื่อไปเลยจร้า เดี๋ยวไปจริงๆจะได้ไม่ตื่นไง^^

รูปภาพ

 

รูปภาพ

 

 

Arabian and Pharaohs Theme Park

 

รูปภาพ

มาถึงโซนของฟาโรห์กันแล้วคะ มีครบเลย สฟริง ปิรามิด และฟาโรห์

รูปภาพ

 

 

 

S n o w   W o r l d

 

รูปภาพ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แค่ชื่อก็หนาวแล้วววว

รูปภาพ

สุดท้ายแล้วนะคะ มาดูภายในโดมแบบใกล้ๆกันคะ

 

 

 

เป็นไงบ้างคะ กับสวนสนุกดูไบ

 WonDerLand In  Dubai

เที่ยวกันซะเหนื่อยเลยไง ตาแฉะเพราะถูกสีสันของเครื่องเล่นระรานตา สวยงามจริงๆ

วันนี้เป็นเพียงแค่โซนแรกของโปรเจคท์ ดูไบ แลนด์ นะคะ ยังเหลืออีก5 โซน ใหญ่ๆด้วยกันคะ

 

Dubailand แบ่งพื้นที่ออกเป็น 6 โซน บนที่ดินกว่า 6.5หมื่นไร่

1. Attractions and Experience World (บนพื้นที่ 3.3พันไร่)
2. Sports and Outdoor World (บนพื้นที่4.6พันไร่)
3. Eco-Tourism World (บนพื้นที่1.8หมื่นไร่)
4. Downtown (บนพื้นที่135ไร่)
5. Themed Leisure and Vacation World (บนพื้นที่กว่า 6.9พันไร่)
6. Retail and Entertainment World (บนพื้นที่กว่า1พันไร่)

 

ป.ล. วันหลังเดี๋ยวยัยหัววุ้นจะพาไปเที่ยวใหม่นะคะ อิอิ ถ้ายังไม่เหนื่อยหรือเบื่อดูไบกันซะก่อน

 

 

CREDIT & SPECIAL THANK:::

สวนสนุก ดอท เนท คะ สามารถคลิ๊กเข้าไปชมภาพใหญ่ๆกันได้เลยนะคะ

 

 

 

 

edit @ 21 Aug 2008 02:01:26 by ยัยหัวยุ่ง

edit @ 21 Aug 2008 02:04:51 by ยัยหัวยุ่ง

edit @ 21 Aug 2008 18:14:03 by ยัยหัวยุ่ง

สืบเนื่องจากก่อนหน้าที่พาไปรู้จักสถาปนิกหญิงคนที่เก่งที่หญิงคนแรกเป็นเจ้าของรางรางวัลpritzker prize คุณป้าของเรานั่นเอง ZAHA HADID เลยอยากจะประกาศให้ทุกคนรู้ว่า จริงๆแล้วสถาปนิกบ้านเราเก่งๆและมีงานออกแบบดี ก็มีเยอะเหมือนกันนะคะ วันนี้ยัยหัววุ้นเลยอาสาพาไปรู้จัก....

 

 

 

น้อยคนนักนะคะที่จะประสบความสำเร็จในวิชาชีพที่ตนเองทำอยู่

และแทบจะนับคนได้เลยที่จะมีชื่อเสียงในต่างแดน

 

 

 

 

ปะ ปะ เปลี่ยน

ARCH-3-

ตอน...สถาปนิกไทยใครว่าไม่เจ๋ง

 

  KULAPAT  YANTRASAST::.

 

 

 

 

 

 

 

 

กุลภัทร ยันตรศาสตร เป็นสถาปนิกผู้ก่อตั้ง wHY Architecture เมื่อปี ค.ศ. 2003 ที่ลอสแองเจลลิส สหรัฐอเมริกา w H Y มาจากคำว่าWorkshop Hakomori Yantrasast (wHY)  ร่วมกับเพื่อน Hakomori Yantrasast

 นิตยสาร Newsweek ยกย่องให้ wHY Architecture เป็นสำนักงานออกแบบสถาปัตยกรรม ที่นำเสนองานออกแบบที่เป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งในบรรดาสถาปนิกรุ่นใหม่

และผลงานถูกตีพิมพ์ในนิตยสารอีกหลายเล่ม เมื่อปลายปีที่แล้วอย่าง NEW YORK TIMES, USA TODAY ในเดือนตุลาคมได้ตีพิมพ์ถึง 7 ฉบับ ART FORUM, HINGE, CHICAGO TRIBUNE, ART NEWS, GRAND RAPIDS MAGAZINE และ ARCHITECTURAL RECORD

ปรัชญาการออกแบบของ wHY Architecture คือการผสานกระบวนการคิดที่สร้างสรรค์เข้ากับการออกแบบที่ไร้กาลเวลาไปพร้อมๆ กับการก่อสร้างคุณภาพสูงที่ใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด wHY Architecture สร้างชื่อเสียงในงานออกแบบที่เกี่ยวข้องกับศิลปวัฒนธรรมและบ้านพักอาศัยมากมายในสหรัฐอเมริกา

งานชิ้นสำคัญของ wHY Architecture ที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมาคือ Grand Rapids Art Museum ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งแรกในสหรัฐอเมริกาที่ได้รับ LEED Certification สำหรับงานออกแบบ สถาปัตยกรรมเพื่อความยั่งยืน

 

 

 

ดูรูปเพิ่มที่>[GRAND RAPID ART MUSEUM]

 

ก่อนก่อตั้ง wHY Architecture กุลภัทรทำงานออกแบบสถาปัตยกรรมในสำนักงานของ Tadao Ando ระหว่างปี ค.ศ.1996-2003 โดยเป็นสถาปนิกโครงการในงานชิ้นสำคัญๆ เช่น Modern Art Museum of Fort Worth ที่มลรัฐเทกซัส the ARMANI / TEATRO ที่มิลาน the projects for the Calder Museum ที่ฟิลาเดลเฟีย the Foundation Francois Pinault ที่ปารีส และยังทำงานร่วมกันกับ Tadao Ando ในโครงการ the Sterling and Francine Clark Institute ที่วิลเลียมสทาวน์

 

Modern Art Museum of Fort Worth ที่มลรัฐเทกซัส>ดูเพิ่มคะ
The ARMANI / TEATRO ที่มิลาน >ดูเพิ่มคะ
 The Foundation Francois Pinault ที่ปารีส >ดูเพิ่มคะ
The Sterling and Francine Clark Institute ที่วิลเลียมสทาวน์ เป็นโครงการที่ทำร่วมกับ คุณTadao Ando คะ
 
คุณ TADAO ANDO คะ
ปัจจุบัน
กุลภัทรได้รับเชิญให้ไปบรรยายทั้งในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ
นอกจากนี้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2005 เป็นต้นมา กุลภัทรยังเป็นกรรมการของ
The Artists’ Committee of American for the Arts
ซึ่งเป็นองค์กร ที่เก่าแก่ที่สุดในการสนับสนุนงานศิลปะเพื่อสังคม
ปะ ปะ เปลี่ยน [แต่งเติมบางถ้อยคำคะ]
".....ค่านิยมของกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยหลายกลุ่มที่จ้างสถาปนิกต่างชาติมาออกแบบโครงการ เพียงแค่เอาไว้บอกลูกค้าที่จะมาซื้อว่า
“ตึกนี้ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศสชื่อดัง.....”
บอกชื่อมาชื่อหนึ่ง ชื่ออะไรจำไม่ได้ เพราะไม่เพียงแค่ไม่ดังแต่ไม่รู้จักเลย
ผลงานที่ออกมาก็ไม่ได้ดีเด่น ออกจะแย่กว่ามาตรฐานด้วยซ้ำ
ค่านิยมสถาปนิกการนำเข้าแบบไร้คุณภาพจริงไม่น่าจะเป็นเรื่องที่มาอวดกันได้
แต่ก็หลอกลูกค้าให้ซื้อได้ไม่น้อย (อันนี้ก็ไม่อยากจะว่าผู้บริโภคตึกคนไทย
หรอกนะคะ แต่มันก็อดพยักหน้ารับเห็นตามกับที่พี่เค้าพูดจริงๆ TT^TT")
มันจะดีกว่ามั้ย...??   ถ้าเป็นการว่าจ้างสถาปนิกต่างชาติ เชื้อชาติไทย
อย่างน้อยก็เข้าใจภูมิอากาศและความเป็นอยู่แบบไทยๆ
และก็ใช้อวดได้ว่าใช้สถาปนิกต่างชาติอย่างที่นิยมกันมีสถาปนิกไทยหลายคน
ที่ได้ทำงานร่วมกับบริษัทสถาปนิกชื่อดังทั่วโลก แต่ก็จะเป็นเพียงหนึ่งในกลไก
ที่วันหนึ่งก็จะจากไปโดยไม่มีผลกระทบกระเทือนต่อบริษัทแต่อย่างใด
น้อยคนนักที่จะมีชื่อของตัวเองแขวนไว้ในต่างแดน
กุลภัทร ยันตรศาสตร์ เป็นสถาปนิกคนไทยคนหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับคำว่า
"คนไทย" ในอีกสาขาอาชีพหนึ่ง....."

ขอบคุณ..บทความเรื่อง สถาปนิกข้ามถิ่น

ฅนมีสี รายปักษ์วิจารณ์

 

 

 

 

 

 สัญลักษณ์ :::

-WORDคำหรือข้อความที่มีสีแสดสามารถกดเพื่อลิ้งไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้คะ

CREDIT & SPECIAL THANK:::

TCDCแหล่งรวบรวมข้อมูล ข่าวสาร และความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานความคิดสร้างสรรค์ทั้งของประเทศไทยและจากทั่วโลก

LINK ::: 

มารู้จักวิชาชีพ สถาปนิก

 

edit @ 20 Aug 2008 17:32:49 by ยัยหัวยุ่ง

edit @ 20 Aug 2008 17:50:48 by ยัยหัวยุ่ง

หมายเหตุ : ทำความเข้าใจก่อนอ่าน

-เนื้อหาไม่เหมาะสำหรับผู้ทีต้องการสาระ

สัญลักษณ์

-word- คำหรือข้อความใดที่แสดงเป็นสีแสด แสดงว่ามีลิ้ง สามารถอ่านข้อมูลหรือรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับงานนั้นๆได้คะ

-word- คำหรือข้อความใดที่แสดงเป็นสีเขียว แสดงว่ามีบัญชีศัพท์ตอนท้ายสุดของเนื้อหาคะ

 

 เล่าเรื่องยัยหัวยุ่ง-5-

ตอน...การจัดรูปที่ดินอย่างลับๆ

 

  -วันปกติที่ไม่ปรกติ-

"ยังนะ ขอต่อ ต่อเวลา อีกนิด ง๊า....อะไรกัน" ^^\  ปากของเธอขยับพลางพูดข้อความดังกล่าวเป็นระยะๆ ก่อนที่ร่างกายของเธอจะเด้งจากเตียงขึ้นมานั่ง แล้วเธอก็ชักสีหน้าแสดงอาการหงุดหงิดใส่โทรศัพท์ของเธอ ราวกับว่าเจ้าโทรศัพท์อันนั้นมันทำผิดมหันต์ โทษถึงขั้นโดนประหารตัดหัวเสียบประจานให้ชาวบ้านชาวเมืองเค้าได้รู้ว่า มันน่ะได้ทำความผิดอันร้ายแรง

ป่าวเลย เจ้าโทรศัพท์เครื่องน้อยมันไม่ได้ทำอะไรผิดร้ายแรงเลยคะ มันทำหน้าที่ของมันก็คือปลุกเธอให้ตื่นจากการนอน มันแค่ทำไปตามหน้าที่ แต่ แต่ แต่ นั่นมันทำให้ยัยหัววุ้น หงุดหงิด หุหุ ได้ซักพักเท่านั้นแหละคะ มันก็เป็นงี้ประจำแหละ ฉันอีกทั้งคนใกล้ตัวมันก็น่าจะรู้ดี อาทิเช่น เจ้าหยงยี้ เจ้าเบส แล้วก็หม่าม๊า....

ไอ้เสียงปลุกของโทรศัพท์วันนี้มันไม่ปกติคะ ทำนองมันแปลกกว่าทุกวัน สมองยัยหัววุ้นหลับตาคิดแล้วสมองเธอก็โต้แย้งกันได้ซักพัก ก่อนที่เธอจะตื่นขึ้นมาจากอาการงัวเงีย เธอตื่นแล้วคะ

เธอตื่นเพื่อจ้องดูว่าโทรศัพท์เธอแจ้งเตือนว่า วันนี้เป็นวันเกิดของเบส เจ้าเบสเป็นเพือนที่น่ารักที่สุดในโลกของยัยหัววุ้นเลยคะ(ตำแหน่งเพื่อนที่น่ารักมีหลายคนคะ)

สมองยัยหัววุ้นตัดภาพไปที่ห้องเจ้าเบสที่หออิน วันนั้นที่ยัยหัววุ้นนอนร้องไห้ เนื่องจากอะไรบางอย่างที่ฉันก็ไม่เข้าใจกับยัยหัววุ้นเหมือนกัน เปล่านะคะ อย่าเพิ่งคิดว่าไอ้เจ้าเบสทำไรยัยหัววุ้น ไม่ใช่ประเด็นนั้นเลยคะ เสียใจเพราะการรอคอยมากกว่า..

ยัยหัววุ้นไม่มีทีท่าว่าจะโทรหาเจ้าเบส เพื่อสวัสดีวันเกิดเพื่อนแต่อย่างใด

เพียงแต่ลุกจากเตียงหยิบตะกร้าครีมอาบน้ำตรงไปยังห้องน้ำ

นับหนึ่งยังไม่ทันจะครบสิบ ยัยหัววุ้นก็เดินออกจากห้องน้ำ เธอจ้องมองเวลาที่ใช้ไปกับการอาบน้ำ "วันนี้ใช้ไป 4 นาทีเลยเหรอ แย่ๆ นานไปนะ ต่อไปอย่าช้าล่ะ" เธอพึมพำกับตัวเอง

เธอไม่ได้อยากทำลายสถิติการอาบน้ำเร็วที่สุดในโลกหรอกนะคะ แต่เธอแค่อยากรักษาเวลาให้มันคงที่ ไม่มากไปกว่า 5 นาทีคะ ฉันว่าเธอทำเวลายังกะจะไปแข่งกีฬาวิ่งผ่านน้ำงั้นแหละ เพราะเธอซ้อมทุกวัน ซ้อมวิ่งผ่านน้ำอย่างนี้อย่างน้อยวันละสองรอบคะ ฉันว่าถ้ามีการจัดแข่ง ตำแหน่งแชมป์เธอคงได้มาครองแบบไม่ยากแน่นอน

ไม่ปกติ อย่างที่สอง คือหลังจากที่แต่งตัวเส็ดเธอจ้องนาฬิกาอีกครั้ง สมองประมวลผลว่าทัน ยังไงก็ทัน หลังจากนั้นเธอก็เสียบปลั๊กเปิดโน๊ตบุค ใช่แล้วคะ ได้เวลาเข้างานของเธอแล้ว

ที่บอกว่าแปลกก็เพราะว่าปกติเธอจะไม่เข้างานเวลาเช้าขนาดนี้คะ

ไม่ปกติ อย่างที่สาม เห็นจะเป็น การเข้าเว็บไซต์คะ ปกติแล้วเธอจะsign in เข้าใน MSN ก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ได้จะอยากคุยกะใครหรอกนะคะ แต่เธอทำอย่างนี้ทุกครั้งเพื่อแสดงสถานะว่าเธอได้เข้างานแล้ว ณ เวลานี้ ไม่ใช่ๆ ไม่ใช่แล้วคะมันมั่ว ฉันผู้คอยเฝ้าดูพบว่า ยัยหัววุ้นลงชื่อเข้าเอ็มเนื่องจากมันตั้งค่าเข้าใช้งานอัตโนมัติไว้ที่เครื่องคะ TT^TT"

อืม...หลังจากนั้นน่าตกใจไปกันใหญ่เพราะเว็บที่เธอเปิดเป็นเว็บไซต์รวมข่าววันนี้ โห พระเจ้า!! ประหลาดมาก  ยัยหัววุ้นอ่านข่าวเช้า....

 

 เล่าเรื่องยัยหัวยุ่ง-5-

ตอน...การจัดรูปที่ดินอย่างลับๆ

 

-วิชาเวิร์คชอป 4-

วันนี้ว่าด้วยการเริ่มโปรเจคท์ใหม่ที่มีชื่อว่า Land readjustment

PROJECT NAME : กรุงเทพกรีทา

PROJECT TYPE : Rejust for Res. Subdivition

LOCATION : เขตสะพานสูง

"งานเข้าอีกแล้วสิ" ยัยหัวยุ่งบ่นงึมงำระหว่างนั่งฟังอาจารย์อธิบายถึงโครงการลับที่ว่านี้ อาจารย์บอกว่าโครงการนี้ ยังไม่มีใครเก็บข้อมูล เลยไม่อยากให้เอาข้อมูลที่มีอยู่ไปเผยแพร่มากนักคะ

หมายถึงตัวเนื้อหางานที่ยัยหัววุ้นไม่ได้อธิบายให้ฉันฟัง เพราะตอนนี้ฉันก็รู้เท่าๆที่คุณได้อ่านเท่านั้นแหละคะ

 ณ เวลานั้นหลังจากอาจารย์แจ้งวันและระยะเวลาที่ต้องตรวจแบบ ยัยหัววุ้นถึงขั้นแอบเสียใจเล็กน้อยแล้วก็บอกกับฉันว่า  "ว๊า..อย่างนี้ก็แอบไปเทียวดูไบไม่ได้แล้วสิ แย่จิง!!"

 

 

 

 

 บัญชีศัพท์

ปกติ ตัวแรกออกเสียงว่า ปะ กะ ติ หรือ ปก กะ ติ มาจากภาษาบาลี เป็นวิเศษณ์ หมายถึง ธรรมดา เช่น ตามปรกติ, เป็นไปตามเคย เช่น เหตุการณ์ปรกติ, ไม่แปลกไปจากธรรมดา 

ส่วนปรกติ ตัวหลังอ่านว่า ปรก กะ ติ  มาจากภาษาสันสกฤษ เป็นวิเศษณ์ ความหมายนักวรรณศิลป์บอกว่าไม่จากปกติไม่มี ร เท่าไรนักคะ แต่อาจใช้ต่างกันนิดหน่อย

อ่านความต่างของสองคำเพิ่มคะ>คลิ๊ก!!

 

Land readjustment แปลว่า การจัดรูปที่ดินคะ

 อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการจัดรูปที่ดินเพิ่ม>

 

 

THANK :::

เพลง ตันรัก โดย วิวาเช่ คะ

เพลงของคุณทำให้ยัยหัววุ้นรู้สึกดีกับความรักที่มีอยู่คะ

 

 

edit @ 20 Aug 2008 14:26:46 by ยัยหัวยุ่ง

 

 

วันนี้ยัยหัววุ้นจะพาไปเที่ยวดูไบ๊..ดูไบกันคะ

 

ดูไบ สวรรค์ของคนออกแบบ -1-

ตอน...โปรเจคท์ดูไบแลนด์

 

ดูไบ ... ... .

 เป็นเมืองใหญ่แห่งหนึ่งของสหรัฐอาหรับเอมิเรต ภาษาราชการ คือ ภาษาอาหรับ แต่ว่าประชาชนก็ใช้ภาษาอื่นๆแพร่หลายด้วยเช่นกัน ด้านเศรษฐกิจ ดูไบ มี GDP อยู่ที่46 billion เหรียญคะ (ถือว่าอยู่ในระดับสูงทีเดียว

ที่น่าแปลกใจคือในนั้นมีรายได้จากน้ำมันและปิโตรเลียม แค่3%เอง เพราะเหตุใดนั้น.. ต้องติดตาม...

 

World's Richest City

อย่างที่บอกนะคะว่าดูไบเป็นเมืองที่ค่อนข้างมั่งคั่ง รวยด้วยทรัพยากรน้ำมัน พร้อมไปด้วยก๊าซธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์จนชาติอื่นอิจฉา ก็ถือว่าเป็นเมืองที่ถือว่ามั่งคั่งและเป็นอันดับต้นๆของโลกเลยก็ว่าได้ >ข้อมูลเทียบPPP ทั่วโลกคะ แต่ก็อย่างที่บอก...ไม่ใช่เพราะน้ำมัน

"รายได้ส่วนใหญ่นั้นมาจากการที่เมืองดูไบเป็นเมืองท่าคะ เป็น Hub ระหว่าง เอเชีย อัฟริกา แล้วก็ยุโรป..เรียกว่า คล้ายๆสิงคโปร์นั่นเอง..นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์ไอทีสารสนเทศ และศูนย์กลางการเงินอีกด้วย"

 

หุหุ ส่วนไทยเราเทียบไม่ติดเลยคะ อยู่ในลำดับที่ 111ของโลกเลย จาก ประเทศคะ

ภาพถ่ายทางอากาศจากกูเกิ้ลเอิร์ทคะ  เห็นต้นปาล์มที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้มั๊ยคะ ที่มารูปคะ<<

Dubai  World's Fastest growing city

Dubai

 ถ้าพูดถึงดูไบ ประวัติบอกว่าเป็นเมืองน้ำมันและทอง แต่ตอนนี้ดูไบกำลังจะได้ฉายาใหม่แล้วคะ จากกินเนตบุคว่า"World's largest gold ring" คิดเป็น 130 ปอนด์ หรือ 62 กิโลหรือเรียกอีกแบบ" World's longest gold chain " ที่ความยาว 4 กิโลเมตร

ในแง่ของการขยายตัวของสิ่งก่อสร้าง คิดว่าภายในอีกยี่สิบปี สิ่งก่อสร้างทุกรูปแบบ ทุกงานสร้างสรรค์ต้องมาหยุดอยู่ที่ดูไบแน่ๆ ประมาณว่า สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ 1ใน4 ชิ้น จะต้องอยู่ในดูไบอย่างแน่นอน (หุหุหุ เว่อร์อีกแระ~!!!)

 

Dubai by Sawrah.

เห็นมั๊ยว่าตึกกำลังแย่งกันโต  แย่งกันสูง แข่งกันสวย อวดสไตล์ของตัวเอง

 อีกมุมของกลุ่มอาคารที่ยอดลอยอยู่เหนือเมฆรูปบนคะ

Dubailand Overview Aerial Map

D u b a i  l a n d

Dubailand เป็นโครงการยักษ์ของประเทศดูไบ โดยดำเนินการก่อสร้างเมืองขนาดใหญ่ เมื่อปี 2005 บนพื้นที่กว่า 6.5หมื่นไร่ ซึ่งจะประกอบไปด้วย โรงแรม และ รีสอร์ท, แหล่งช๊อปปิ้ง, สปอร์ตคลับ, สนามกอฟล์ , ศูนย์สุขภาพ , สวนสนุกขนาดยักษ์

Dubailand แบ่งพื้นที่ออกเป็น 6 โซน บนพื้นที่กว่า 6.5หมื่นไร่ ได้แก่

1. Attractions and Experience World (บนพื้นที่ 3.3พันไร่)
2. Sports and Outdoor World (บนพื้นที่4.6พันไร่)
3. Eco-Tourism World (บนพื้นที่1.8หมื่นไร่)
4. Downtown (บนพื้นที่135ไร่)
5. Themed Leisure and Vacation World (บนพื้นที่กว่า 6.9พันไร่)
6. Retail and Entertainment World (บนพื้นที่กว่า1พันไร่)

 

รูปภาพ

นี่เป็นผังแสดงขอบเขตของโครงการดูไบแลนด์นะคะ ส่วนที่ขยายออกมานั้นเป็นโซนของ City of Arabia คะ

 

โซนที่1 : Attractions and Experience World

ซึ่งประกอบไปด้วยพื้นที่ของ 1.Space & Science World / Space Hotel 2.Snow World 3. Aviation World 4. Film World  5. Giants World 6. Kids World 7. Desert World theme Park 8. Arabian and Pharaohs Theme Park สามารถคลิ๊กชมรายละเอียดได้ที่>Wonderland in Dubai


โซนที่2 : Sports and Outdoor World


ซึ่งประกอบไปด้วยพื้นที่ของ  1. Extreme Sports World  2. Dubai Sports City  3. Racing World  4. Polo World  และ5. Golf World

 รูปภาพ

Racing World คะ สวรรค์ของนักแข่งรถ บรื๊น บรืนน~~~

รูปภาพ

นี่เป็นโมเดลจำลอง Moter City คะ

รูปภาพ

นี่เป็น Pits Complex ซึ่งสร้างเสร็จแล้วบางส่วนนะคะ เป็นศูนย์กลางของโซนracing world คะ

รูปภาพ

โมเดลส่วนของสนามกอล์ฟคะ

รูปภาพ

รูปภาพ
จะเห็นว่าสนามกอล์ฟค่อนข้างกว้างขวางที่เดียว คงเป็นสวรรค์ของผู้ที่รักการตีกอล์ฟเป็นแน่

 

โซนที่ 3 : Eco-Tourism World


ซึ่งประกอบไปด้วยพื้นที่ของ  1. Animal World / Petting Zoo 2. Equestrian Centre
3. Gardens World  
4. Dinosaur World  และ5. Bio World / Science and History Museum


รูปภาพรูปภาพ

รูปภาพรูปภาพ

 รูปภาพ

โซนของ  Dinosaur World คะ โมเดลทำแบบสวยจนชักจะอยากเห็นโลกของไดโนเสาร์ที่สร้างเสร็จจริงๆแล้วสิคะ

รูปภาพ

รูปภาพ

นี่เป็นโมเดลโซนของ Bio WorldและScience and History Museum  เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทำการจำลองทรัยากรชีวภาพ โลกของวิทยาศาสตร์และนักวิจัยพืชพันธุ์คะ

 

โซนที่ 4 : Downtown

ซึ่งประกอบไปด้วยพื้นที่ของ 1. The Towers 2. Dubai Walk 3. Virtual Games World และ 4. Teen World

รูปภาพ

 

รูปภาพ

โซนของ Dubai Walk คะ น่าเดินไหมล่ะคะ สวยงามทีเดียว

รูปภาพ

ส่วนนี่เป็นมุมTop View ของโซน Virtual Games World เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่อาจจะกลายเป็นโลกของคนรักเกมส์

รูปภาพ

มาดูกันใกล้ๆไปเลย...

รูปภาพ

รูปภาพ

Teen World คะ เด็กๆวัยทีนทั้งหลายอาจจะหลงอยู่โซนนี้ก็เป็นได้นะคะ

รูปภาพ

 

 

โซนที่5 : Leisure and Vacation World


ซึ่งประกอบไปด้วยพื้นที่ของ 4 โซนด้วยกัน ได้แก่ 1. Andalusian Resort & Spa  2. Women\'s World  3. Wonders World  และ 4. Holiday World

รูปภาพ

รูปภาพ

 

  

โซนที่ 6 : Retail and Entertainment World


ประกอบไปด้วย 5 โซนหลักๆด้วยกัน ได้แก่ 1. Mall of Arabia  2. Factory Outlets  3. Auction world  4. World Trade park  และ 5. The Flea Market

 

รูปภาพ

กระจุกตัวอยู่ทางด้านล่างของภาพนี้คะสำหรับ Mall of Arabia คุมโทนสีสวยเชียว

 มาดูรูปด้านล่างกันบ้างนะคะ เป้นโซนของ Factory Outlets คะ

รูปภาพรูปภาพรูปภาพรูปภาพ

รูปภาพ

มาดูโซนของ Falcon City กันบ้างคะ จากรูปข้างบนนี้ Falcon City ส่วนที่อยู่เหนือสุดของเมืองเป็นเกาะที่เป็นเมืองจำลองสิ่งมหัศจรรย์ของโลก คือ หอไอเฟลคะ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

รูปภาพ

จากมุมนี้ก็จะเห็นโมเดลจำลองโคลอสเซียม หรือโคลอสิอุม นะคะ

รูปภาพ

ถ้าหากดูจากการจัดวางผังนั้นจะเห็นได้ว่า Falcon City วางผังได้สวยงามเป็นเมืองที่น่าอยู่ทีเดียว ดูจากเส้นทางการสัญจร การวาง circulation ของเมือง ในแง่ของการเข้าถึงทุกพื้นที่และยังใช้ประโยชน์ที่ดินไม่ปล่อยให้มีพื้นที่ตาบอดหรือไม่ใช้ประโยชน์เลยซักแห่ง

 


รูปภาพ

มาถึงส่วนของโซน City of Arabia บ้างคะ ดูตึกสูงสิคะ ออกแบบให้เป็นไปในลักษณะเดียวกัน

รูปภาพ

อีกมุมหนึ่งคะ สวยเลิศทีเดียว

รูปภาพ

ดูให้ครบทุกมุมมองไปเลยคะ สวยจริงๆ

 

 

 

 

 ดูไบแลนด์ทั้ง6 โซน นับว่าเป็นโปรเจคท์ที่ยิ่งใหญ่มากอีกโปรเจคท์หนึ่งในดูไบเลยทีเดียว หลายคนหลังจากดูโมเดลแล้วอาจจะสงสัยว่าโครงการใหญ่โตขนาดนี้จะสร้างเสร็จไหม จะใช้เวลาสร้างกันนานกี่ปี ??

สำหรับตอนนี้แต่ล่ะส่วนนก็เสร็จกันไปเยอะแล้ว อย่างโซนสวนสนุกก็เปิดบริการปี 2010,2012,2015 ตามลำดับ แต่จะเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดเลยก็ปี 2020

 

กว่าจะเรียบเรียงขอมูลของโครงการนี้เสร็จเล่นเอายัยหัววุ้นเหนื่อยมาก แม้ว่างานชิ้นนี้จะเป็นงานที่ค่อนข้างดองไว้นานถึง 2 อาทิตย์ แต่ก็ค่อนข้างชอบแล้วก็ตั้งใจกับมันมากทีเดียว

ขอบคุณผู้อ่านทุกคนนะคะ

 

สามารถติดตามโครงการ ดูไบแลนด์ต่อได้ใน